นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวถึงแผ่นดินไหวที่ประเทศอินโดนีเซีย และส่งผลกระทบต่อพื้นที่ภาคใต้ของไทยว่า เป็นวงแหวนแห่งไฟ โซนแถวอินโดนีเซีย รวมถึงยุโรปบางส่วนและศรีลังกา อ้อมมาด้านล่างของประเทศไทย แต่ที่เรารู้สึกได้คือเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม ใกล้เรากว่า 500 กิโลเมตร ทำให้เรารู้สึกถึงความสั่นไหว และได้มีการตรวจสอบแล้วว่าไม่มีผลกระทบกับตึกสูงในประเทศไทย
วันดังกล่าว อินโดนีเซียได้ประกาศแจ้งเตือนสึนามิ แต่เพียง 15 นาทีก็ยกเลิกประกาศนั้น เพราะกลัวประชาชนตื่นตระหนก ซึ่งทางเราได้มีการเฝ้าระวังอยู่แล้วว่าจะมีผลกระทบเรื่องสึนามิหรือไม่
นายธีรพัฒน์กล่าวอีกว่า ในความเป็นจริง การเกิดแผ่นดินไหวในระยะใกล้เคียง 500-600 กิโลเมตรขึ้นไป อาจรู้สึกได้ แต่ไม่ทำให้เกิดความเสียหายใด ๆ ซึ่งเราได้มีการตรวจสอบระดับท้องถิ่นและระดับอำเภอแล้ว รวมถึงสอบถามกับทางจังหวัดแล้ว พร้อมย้ำว่า ไม่มีตึกร้าวในประเทศไทยของเราเหมือนเช่นเหตุแผ่นดินไหวเมื่อปีที่ผ่านมา และเป็นคนละรอยเลื่อนกัน
ส่วนเรื่องทุ่นตรวจวัดสึนามิ จะสร้างความมั่นใจให้ประชาชนได้อย่างไร นายธีรพัฒน์ กล่าวว่า ทุ่นของเราลอยอยู่กลางทะเล ห่างออกจากฝั่งประเทศไทยประมาณ 540 กิโลเมตร และมีอีกหนึ่งตัวที่มหาสมุทรอินเดียประมาณ 900 กว่ากิโลเมตร
ดังนั้น ทุ่นทั้งสองตัวคือทุ่นสึนามิ แต่จริง ๆ แล้วคือทุ่นที่สัมผัสกับพื้นมหาสมุทร เพื่อดูว่าการไหวของแผ่นดินใต้มหาสมุทรมีหรือไม่ แล้วจึงจะสะท้อนขึ้นมาบนเครื่อง แล้วเครื่องนี้จะส่งสัญญาณไปที่ดาวเทียม ซึ่งในหลายประเทศก็มีทุ่นนี้เช่นกัน และจะนำมาประมวลผลว่า ขณะนี้เกิดแผ่นดินไหวแล้วจะเกิดสึนามิหรือไม่
แต่ไม่ใช่บอกว่า ถ้าทุ่นนี้ขยับแล้วจะยิงสัญญาณมาเตือน ต้องวิเคราะห์ก่อน เพราะการแจ้งเตือนให้ขึ้นที่สูงจากเหตุสึนามิ เราจะเตือนตั้งแต่ 7.0 ขึ้นไป ถ้าเกิดในประเทศไทยหรือในทะเล ว่ามีโอกาสจะเกิดสึนามิ ให้ย้ายตัวเองขึ้นที่สูง
แต่ตัวทุ่นเป็นการคอนเฟิร์มว่าจะเกิดสึนามิหรือไม่ เพราะสึนามิมีเวลาที่จะร่วมกันวิเคราะห์ เนื่องจากเป็นคลื่นใต้น้ำ แต่อันดับแรกต้องเตือนจากค่าแผ่นดินไหว เพราะจริง ๆ แล้วเรามีหอเตือนภัยอยู่ทางอันดามันตลอด
นายธีรพัฒน์ยังยอมรับว่า ตอนนี้อยู่ระหว่างเก็บกู้ทุ่นที่ชำรุด สายขาด เพราะยังมีสัญญาณ GPS อยู่