ผ่าแนวคิดราชทัณฑ์ เล็งออกกฎใหม่! อุดช่องว่างปรับเลื่อนชั้น “นักโทษเด็ดขาด”

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ผ่าแนวคิดล่าสุด ”กรมราชทัณฑ์“ เร่งศึกษากฎหมาย พร้อมทบทวนแก้ไขการบริหารโทษ “นักโทษเด็ดขาด” ปูทางจำกัดสิทธิประโยชน์พักโทษ-ลดโทษ “ผู้ต้องขังคดีร้ายแรงอุกฉกรรจ์และโทษประหาร“

วันที่ 18 ส.ค. 2569 แหล่งข่าวระดับสูงภายในกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า กรณีกรมราชทัณฑ์มีแนวทางและหลักคิดในการปรับปรุงหลักเกณฑ์ กฎ ระเบียบ และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารโทษ โดยเฉพาะกรณีผู้ต้องโทษประหารชีวิต ผู้ต้องขังจำคุกตลอดชีวิต และผู้ต้องขังในคดีอุกฉกรรจ์หรือคดีที่มีผลกระทบและสร้างความสะเทือนขวัญต่อสังคม เพื่อให้การบริหารโทษมีความเหมาะสมกับระดับความร้ายแรงของความผิด และเป็นไปตามหลักสัดส่วนของการลงโทษ

กรมราชทัณฑ์ ช่างภาพพีพีทีวี
กรมราชทัณฑ์เล็งออกกฎใหม่! อุดช่องว่างปรับเลื่อนชั้น “นักโทษเด็ดขาด”

โดยปัจจุบันนี้ กรมราชทัณฑ์อยู่ระหว่างการศึกษารายละเอียดข้อกฎหมายภายใน “กฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาด และเงื่อนไขที่นักโทษเด็ดขาด ซึ่งได้รับการลดวันต้องโทษจำคุกหรือการพักการลงโทษและได้รับการปล่อยตัวต้องปฏิบัติ พ.ศ. 2562” ซึ่งเป็นกฎหมายลูกที่ออกมาบังคับใช้ภายใต้ พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 โดยเฉพาะในส่วนของ “หมวด 2 การเลื่อนชั้นนักโทษเด็ดขาด” ซึ่งล้วนเป็นเรื่องเกี่ยวกับการให้ประโยชน์แก่ผู้ต้องขัง

ประกอบด้วย 1.การเลื่อนชั้นนักโทษเด็ดขาดกรณีปกติ (ตามบทบัญญัติเดิมในกฎกระทรวงฯ จะเป็นการให้เลื่อนตามลำดับชั้น ครั้งละหนึ่งชั้น ตามลำดับการจัดชั้นนักโทษเด็ดขาด)

2.การเลื่อนชั้นนักโทษเด็ดขาดกรณีมีเหตุพิเศษ (ตามบทบัญญัติเดิมในกฎกระทรวงฯ การพิจารณาเลื่อนชั้นนักโทษเด็ดขาดกรณีมีเหตุพิเศษ นอกจากจะเป็นผู้มีความประพฤติดี มีความอุตสาหะ มีความก้าวหน้าในการศึกษา และทำการงานเกิดผลดี หรือทำความชอบแก่ทางราชการเป็นพิเศษแล้ว จะต้องปรากฏข้อเท็จจริงว่านักโทษเด็ดขาดผู้นั้นมีความเสียสละอุทิศตนช่วยเหลือทางราชการโดยการเข้าต่อสู้ขัดขวางหรือป้องกันการหลบหนีของผู้ต้องขังจากเรือนจำ ช่วยเหลือเจ้าพนักงานเรือนจำหรือผู้อื่นในขณะที่ตกอยู่ในภาวะอันตรายหรือเสี่ยงอันตราย เข้าทำการป้องกันจับกุมผู้ต้องขังที่ก่อการจราจลหรือก่อเหตุร้ายขึ้นภายในเรือนจำ หรือทำการดับเพลิงในกรณีที่เกิดเพลิงไหม้อาคารสถานที่ของเรือนจำ

และนอกจากข้อเท็จนี้แล้ว ปลัดกระทรวงยุติธรรมอาจพิจารณาอนุมัติให้นักโทษเด็ดขาดเลื่อนชั้นเป็นกรณีพิเศษเพื่อประโยชน์ด้านความมั่นคงปลอดภัยของรัฐหรือความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศก็ได้ ซึ่งการเลื่อนชั้นนักโทษเด็ดขาดกรณีมีเหตุพิเศษอาจเลื่อนชั้นก่อนเวลาหรือเลื่อนข้ามชั้นก็ได้)

อย่างไรก็ตาม ในเรื่องของการเลื่อนชั้นนักโทษเด็ดขาดนี้ กรมราชทัณฑ์มีแนวทางและหลักคิดว่า จะสามารถจำกัดไม่ให้ประโยชน์แก่กลุ่มบุคคลบางกลุ่มประเภทใดได้บ้างหรือไม่ อาทิ ผู้ต้องขังคดีโทษร้ายแรง คดีอุกฉกรรจ์ คดีที่มีอัตราโทษสูง ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของผู้ต้องขังกลุ่มคดีในความผิดตาม พ.ร.บ.มาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำ ในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ.2565 หรือกฎหมาย JSOC เช่น ประเภทคดีฆ่าข่มขืน คดีความผิดทางเพศ คดีเรียกค่าไถ่ หรือรวมไปถึงจำพวกคดียาเสพติดรายใหญ่ เป็นต้น ซึ่งล้วนถูกคำพิพากษาศาลให้โทษประหารชีวิต แต่จากนั้นเมื่อรับโทษจำคุกมาสักระยะหนึ่ง ก็มักจะมีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์ได้รับการพระราชทานอภัยโทษลดโทษ จากโทษประหารชีวิตเหลือเป็นจำคุกตลอดชีวิตแทน

ซึ่งกรมราชทัณฑ์จะต้องวางแนวทางและหลักเกณฑ์ใหม่ว่า จะทำอย่างไรไม่ให้ผู้ต้องขังในคดีโทษสูงร้ายแรงเหล่านี้ เมื่อได้รับพระราชทานอภัยโทษลดโทษจากโทษประหารชีวิตเป็นจำคุกตลอดชีวิตแล้ว จะต้องไม่ให้ได้รับการพิจารณาประโยชน์ในการลดวันต้องโทษ หรือโครงการพักการลงโทษใด ๆ อีก กล่าวง่าย ๆ คือ ผู้ต้องขังควรรับโทษจำคุกตลอดชีวิตตามที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษลดโทษมาแล้ว

แหล่งข่าวระดับสูงภายในกระทรวงยุติธรรม เผยอีกว่า แม้กรมราชทัณฑ์จะเป็นหน่วยงานบริหารโทษจากศาลยุติธรรมที่ได้มีคำพิพากษาลงโทษจำคุกไว้ แต่ก็ต้องพูดกันตามตรงว่าในการบริหารโทษ หรือบังคับโทษของกรมราชทัณฑ์ ก็ล้วนต้องปฏิบัติภายใต้ พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 และกฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาด และเงื่อนไขที่นักโทษเด็ดขาด ซึ่งได้รับการลดวันต้องโทษจำคุกหรือการพักการลงโทษและได้รับการปล่อยตัวต้องปฏิบัติ พ.ศ. 2562 เพราะเป็นกฎหมายที่จะต้องใช้บริหารโทษกับผู้ต้องขังในทุกรายคดี ไม่ว่าจะเป็นคดีอัตราโทษสูง หรือโทษต่ำก็ตาม ฉะนั้น หากถึงระยะเวลาตามสัดส่วนที่ผู้ต้องขังรับโทษจำคุกมาแล้ว ต้องได้รับประโยชน์จากการเลื่อนชั้นนักโทษเด็ดขาด เรือนจำ/ทัณฑสถานทั่วประเทศก็มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่บัญญัติไว้ หากไม่ปฏิบัติตาม ก็จะถูกผู้ต้องขังหรือญาติร้องเรียนการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือถูกมองว่าเป็นการกลั่นแกล้งซ้ำเติมผู้ต้องขังหรือไม่ เพราะกฎหมายได้รับรองไว้ว่าเขาสมควรต้องได้ประโยชน์ตรงนี้ เมื่อรับโทษจำคุกมาได้สัดส่วนแล้ว

ทั้งนี้ กรมราชทัณฑ์จึงเล็งเห็นและมีแนวคิดว่าจะปรับปรุงแก้ไขทบทวนรายละเอียดภายใน “กฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาด และเงื่อนไขที่นักโทษเด็ดขาด ซึ่งได้รับการลดวันต้องโทษจำคุกหรือการพักการลงโทษและได้รับการปล่อยตัวต้องปฏิบัติ พ.ศ. 2562” โดยเฉพาะในส่วนของการเลื่อนชั้นนักโทษเด็ดขาด เนื่องจากลำดับชั้นของนักโทษ ย่อมมีผลต่อการพิจารณาประกอบกับระยะเวลารับโทษจำคุกจริงของอัตราโทษทั้งหมด ก่อนจะถูกกลั่นกรองให้เป็น 1 ในรายชื่อของผู้ต้องราชทัณฑ์ที่จะได้รับการพิจารณาเสนอพระราชทานอภัยโทษลดโทษในโอกาสวาระสำคัญ เราจึงต้องหาวิธีการปิดช่องว่างตรงนี้ลงไป คาดว่ามีความเป็นไปได้ที่จะขับเคลื่อนออกมาเป็น “กฎกระทรวง” อีก 1 ฉบับ มาใช้ประกบกับ กฎกระทรวงเดิมดังกล่าว

แหล่งข่าวระดับสูงภายในกระทรวงยุติธรรม เผยต่อว่า ในการที่กรมราชทัณฑ์อยู่ระหว่างดูแนวทางและหลักคิดในการออกกฎกระทรวงอีก 1 ฉบับ เพื่อมาอุดช่องว่างเรื่องการปรับเลื่อนชั้นนักโทษเด็ดขาด เราไม่สามารถทำหรือขับเคลื่อนเพียงหน่วยงานเดียวได้ เพราะในการออกกฎกระทรวงใด ๆ ที่มีผลต่อการบริหารโทษบังคับใช้กับผู้ต้องขัง เราจะต้องรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ข้อท้วงติงจากนักสิทธิมนุษยชน ภาคประชาสังคม นักวิชาการ และคณะกรรมการราชทัณฑ์ ซึ่งก็มีผู้แทนจากหลายหน่วยงานร่วมเป็นกรรมการอีกด้วยว่า เห็นด้วยหรือไม่ หรือไม่เห็นด้วยในส่วนใดหรือไม่ เพราะหัวใจสำคัญของการออกกฎกระทรวง 1 ฉบับ เราไม่ได้ออกมาเพื่อเจาะจงไปที่ผู้ต้องขังเพียงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น แต่เราต้องออกกฎกระทรวงเพื่อให้มีรายละเอียดครอบคลุมกับผู้ต้องขังหลายกลุ่ม หลายรายคดี มีผลใช้ได้จริง และกฎกระทรวงมันก็คือการบังคับใช้กับผู้ต้องขังในขณะที่พวกเขายังอยู่ในเรือนจำฯ การจะกระทำการใด ๆ ก็ต้องคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน และหลักกฏหมายสากลที่ใช้กันทั่วโลกอีกด้วย

อย่างไรก็ตามแหล่งข่าวระดับสูงภายในกระทรวงยุติธรรม ปิดท้ายว่า ทางกรมราชทัณฑ์ขอให้ความมั่นใจกับสังคมว่าเราน้อมรับในทุกความคิดเห็นที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ หรือเสนอแนะเพื่อต้องการให้การบริหารโทษเป็นไปตามความเหมาะสม และสังคมต้องได้รับความปลอดภัยจริง ๆ จึงมีความเชื่อมั่นว่าแนวทางและหลักคิดที่กรมราชทัณฑ์จะมีการทบทวนปรับปรุงแก้ไขผ่านการออกกฎกระทรวงฉบับใหม่นี้ หากท้ายสุด คณะกรรมการราชทัณฑ์มีความเห็นชอบ นักวิชาการ นักสิทธิมนุษยชนเห็นพ้องต้องกัน ว่าการจำกัดไม่ให้ประโยชน์ลดโทษ - พักโทษแก่กลุ่มบุคคลบางกลุ่มในคดีโทษสูง โทษร้ายแรง จะช่วยให้การบริหารโทษเป็นไปด้วยดี และไม่เป็นการลิดรอนสิทธิและเสรีภาพภาพซ้ำเติมผู้ต้องขังเกินสัดส่วน จึงหวังว่าจะเป็นผลดีกับสังคมไม่มากก็น้อยในจากนี้ต่อไป

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ