จากกรณีเรือนจำกลางบางขวาง กรมราชทัณฑ์ ปล่อยตัวผู้ต้องขังที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษ ซึ่งรวมถึงนายเล่าต๋า แสนลี่ อายุ 86 ปี อดีตกำนัน ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ และอดีตเจ้าของฉายาราชายาเสพติด ซึ่งกรมราชทัณฑ์ เลื่อนชั้นนักโทษจนได้รับการอภัยโทษและลดวันต้องโทษต่อเนื่อง 6 ครั้ง ทำให้จากโทษจำคุกตลอดชีวิต เหลือโทษจริงเพียง 8 ปี และได้รับการปล่อยตัว
ล่าสุดนายกฤช กระแสร์ทิพย์ อดีตรองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก Krit Krasaedhibaya แสดงความคิดเห็น ว่า ราชทัณฑ์ไม่ได้ทำผิดในการบริหารโทษ
เพียงแต่ระบบการเลื่อนชั้นนักโทษเด็ดขาดของราชทัณฑ์นั้น ยังมีปัญหา ระบบการเลื่อนชั้นของเรือนจำที่เป็นอยู่ เหมือนการเลื่อนแบบอัตโนมัติ ตามวงรอบระยะเวลา และวิธีการประเมินพฤติกรรม หรือความก้าวหน้าในการศึกษาเล่าเรียน ในการอบรมศีลธรรมจรรยา ก็ไม่ได้ดูอะไรมาก หากไม่ได้ทำผิดวินัย หากเข้ารับการอบรมหลักสูตรที่เรือนจำจัดให้เพียงหลักสูตรสองหลักสูตร ชั้นก็ไหลไปแล้วทุก 6 เดือน
นายกฤช ระบุอีกว่า โดยในช่วงที่เคยเป็นกรรมการเลื่อนชั้นผู้ต้องขัง ยังมีการเรียกผู้ต้องขังมาสอบรายบุคคลต่อหน้ากรรมการ ข้อสอบก็มีแค่ให้ท่องศีล 5 ธรรม 5 ให้ท่องคำปฏิญาณก่อนกินข้าว เป็นพวกต่างด้าวก็ให้ร้องเพลงชาติไทย เพียงไม่นานได้ครอง ชั้นเยี่ยม เรือนจำใหญ่ ๆ มีผู้ต้องขังหลายพันคน ก็ต้องใช้เจ้าหน้าที่หลายคน ที่จริงแล้วราชทัณฑ์เอง ก็อยากให้มีมาตรฐานในการเลื่อนชั้นที่สูงกว่านี้แต่ยังมีสิ่งที่สำคัญ ที่สังคมภายนอกไม่ทราบ คือรายใดที่ไม่ได้รับการเลื่อนชั้นโดยไม่มีเหตุสมควร รับรองว่าโดนฟ้องแน่
นายกฤช ระบุอกว่า ความเห็นส่วนตัว จึงเห็นว่า กรณีผู้ต้องขังรายใดที่ต้องโทษอัตราสูง ควรจะแยกออกมาพิจารณาเป็นการเฉพาะ ต้องนำโทษตามคำพิพากษามาเป็นตัวตั้งก่อน แล้วมาคิดกันว่าอัตราโทษขนาดนี้ ควรต้องอยู่ภายในเรือนจำนานเท่าใด จากนั้นจึงนำไปสู่การบริหารการเลื่อนชั้นเฉพาะราย เพื่อไม่ให้นักโทษรายดังกล่าวได้เลื่อนชั้นขึ้นไปครองชั้นเยี่ยมเร็วเกินไป