จากกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารคลองถมเซ็นเตอร์ ถนนวรจักร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร ส่งผลให้ทรัพย์สินภายในพื้นที่ได้รับความเสียหาย นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า ภายหลังได้รับรายงานเหตุการณ์ดังกล่าว ได้สั่งการให้สายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ และสำนักงาน คปภ. ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ พร้อมตรวจสอบข้อมูลด้านการประกันภัย เพื่อประสานการให้ความช่วยเหลือและดูแลสิทธิประโยชน์ด้านการประกันภัย แก่ผู้ได้รับผลกระทบ
โดยจากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น พบว่า อาคารคลองถมเซ็นเตอร์ได้จัดทำประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน ไว้กับบริษัท เทเวศประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยความคุ้มครองเป็นไปตามขอบเขตและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย
สำนักงาน คปภ. ได้ประสานบริษัท เทเวศประกันภัย จำกัด (มหาชน) ให้เข้าสำรวจและประเมินความเสียหาย พร้อมตรวจสอบรายละเอียดกรมธรรม์ ขอบเขตความคุ้มครอง และสิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการด้านค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้มีสิทธิตามเงื่อนไขของกรมธรรม์โดยเร็ว
ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการสำรวจและตรวจสอบรายละเอียดความเสียหายเพิ่มเติม ขณะเดียวกัน สำนักงาน คปภ. อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลการประกันภัยของร้านค้า ทรัพย์สิน และรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ครั้งนี้ หากตรวจพบว่า มีการจัดทำประกันภัยไว้ จะประสานบริษัทประกันภัยที่เกี่ยวข้องให้ตรวจสอบความคุ้มครองและสิทธิประโยชน์ พร้อมดำเนินการ ด้านค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้มีสิทธิตามขั้นตอนและเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันภัยต่อไป
เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงาน คปภ. จะติดตามการสำรวจและประเมินความเสียหาย รวมถึงการดำเนินการ ด้านค่าสินไหมทดแทนของบริษัทประกันภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมประสานหน่วยงานและบริษัทประกันภัยที่เกี่ยวข้อง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ได้รับผลกระทบ ให้สามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์ด้านการประกันภัยและได้รับการพิจารณาชดใช้ ค่าสินไหมทดแทนตามสิทธิอย่างครบถ้วนและเป็นธรรม ตลอดจนติดตามข้อมูลความเสียหายและข้อมูลการประกันภัยที่อาจได้รับแจ้งเพิ่มเติม เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านการประกันภัยแก่ผู้ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง
เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการบริหารความเสี่ยง เนื่องจากเหตุการณ์ไม่คาดคิดสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเวลา สำนักงาน คปภ. จึงขอให้เจ้าของอาคาร สถานประกอบการ และผู้ประกอบการ ให้ความสำคัญกับการจัดทำประกันภัยให้เหมาะสมกับลักษณะและความเสี่ยงของกิจการ ไม่ว่าจะเป็นประกันอัคคีภัย ประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน ประกันภัยธุรกิจหยุดชะงัก หรือประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอก
รวมทั้งควรตรวจสอบทุนประกันภัย ขอบเขตความคุ้มครอง และเงื่อนไขของกรมธรรม์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ความคุ้มครองสอดคล้องกับมูลค่าทรัพย์สินและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งการประกันภัยถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยง ช่วยบรรเทาความสูญเสียและลดผลกระทบทางเศรษฐกิจเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด