กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปรามภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป., , พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว, รอง ผบก.ป. ,ว่าที่ พ.ต.อ.เนติวิทย์ ธนาสิทธิ์นิติกุล ผกก.2 บก.ป. ตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว ภายใต้อำนวยการของ พล.ต.ต.ถาวร ดุลยวิทย์ ผบก.ภ.จว.สระแก้ว ,พ.ต.อ.จตุรภัทร สิงหัษฐิต รอง ผบก.ภ.จว.สระแก้ว ,พ.ต.อ.วีพงษ์ กงแก้ว ผกก.สภ.อรัญประเทศ ร่วมกันจับกุมนายอานนท์ (สงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี
ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสระแก้ว ที่ 233/2569 ลง 30 ส.ค. 2569 ภายในบ้านพัก หมู่ 9 ต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยต้องหาว่ากระทำผิดฐาน “ชิงทรัพย์ โดยมีอาวุธ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป หรือให้พ้นจากการถูกจับกุม”
พฤติการณ์ สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 27 ส.ค.2569 ได้มีคนร้าย 1 ราย แต่งกายปิดบังใบหน้า เข้าไปในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ใน อ. อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ได้ถืออาวุธปืนพกสั้น พร้อมปาระเบิดควันชนิดทำเองเข้าไปบริเวณหน้าร้านทองชื่อดัง จากนั้นได้เข้าไปภายในร้านทองฯ กวาดสร้อยคอและสร้อยข้อมือทองคำจำหนวนหลายเส้น หลักจากนั้นได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่จอดเตรียมไว้หลบหนีไป ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ป., กก.สส.ภ.จว.สระแก้ว และ สภ.อรัญประเทศ ร่วมกันลงพื้นที่สืบสวน ตรวจสอบเส้นทางหลบหนี และรวบรวมพยานหลักฐานอย่างต่อเนื่อง จนทราบตัวผู้ก่อเหตุว่าคือ นายอานนท์ อายุ 36 ปี
ต่อมาวันที่ 30 ส.ค. 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขออนุมัติศาลจังหวัดสระแก้วออกหมายจับ นายอานนท์ ในข้อหา "ชิงทรัพย์โดยมีอาวุธ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป หรือให้พ้นจากการถูกจับกุม" ตามหมายจับศาลจังหวัดสระแก้วที่ 131/2569 ลง 30 ส.ค. 2569 และขออนุมัติหมายค้นเพื่อเข้าตรวจค้นบ้านพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ ม.9 ต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว จนสามารถจับกุมนายอานนท์ฯ ได้สำเร็จ
โดยตำรวจได้นำหมายค้นของศาลจังหวัดสระแก้ว เข้าตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบตัว นายอานนท์ฯ อยู่ภายในบ้านพักดังกล่าว จากการซักถามเบื้องต้น นายอานนท์ฯ ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุดังกล่าว โดยก่อนเกิดเหตุได้มีการเตรียมการล่วงหน้า ทั้งการจัดหารถจักรยานยนต์มาใช้ในการก่อเหตุ นำรถไป พ่นสีใหม่เพื่อเปลี่ยนลักษณะภายนอก รวมถึงจัดซื้อเสื้อผ้า และวิกผมเพื่อใช้ปกปิดอำพรางตัวตนหลังจากก่อเหตุ ผู้ต้องหาให้การว่าได้นำรถจักรยานยนต์ เสื้อผ้า ตลอดจนทองรูปพรรณที่ได้จากการก่อเหตุ ไปซุกซ่อนทิ้งไว้บริเวณป่าริมทางรถไฟ ก่อนกลับไปหลบซ่อนตัวภายในบ้านพัก
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำตัวผู้ต้องหาไปตรวจสอบและชี้จุดตามคำให้การ กระทั่งพบทองรูปพรรณสร้อยคอและข้อมือทองคำ รวมประมาณ 50 เส้น ซุกซ่อนอยู่บริเวณดังกล่าวจริง จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา "ชิงทรัพย์ โดยมีอาวุธ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป หรือให้พ้นจากการถูกจับกุม" ตามหมายจับศาลจังหวัดสระแก้วที่ 131/2569 ลง 30 ส.ค. 2569
จากนั้นนำตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลางและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.อรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชั้นจับกุม ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา