ความคืบหน้ากรณีตรวจพบคราบน้ำมันและมีกลิ่นน้ำมันดีเซลภายในท่อระบายน้ำ บริเวณใกล้อาคารบริษัท Data Center แห่งหนึ่งย่านพระราม 9 ซึ่งก่อนหน้านี้ประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ได้รับผลกระทบจากกลิ่นต่อเนื่อง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างตรวจสอบหาสาเหตุและแหล่งที่มาของสิ่งปนเปื้อน โดยเมื่อวานได้มีการนำรถมาดูดน้ำและสิ่งปฏิกูลในท่อระบายน้ำ แต่ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ
โดยในช่วงบ่ายของวันที่ 7 กันยายน 2569 ได้มีการนำรถมาดูดน้ำและสิ่งปฏิกูลในท่อระบายน้ำอีกครั้ง ซึ่งก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเปิดท่อลงไปวางอุปกรณ์ ได้ใช้เครื่องมัลติแก๊ส หรือเครื่องตรวจวัดก๊าซพิษ เช่น ไฮโดรเจนซัลไฟด์ หรือก๊าซไข่เน่า และค่าการติดไฟ โดยก่อนดูดน้ำในท่อระบายน้ำได้มีการตรวจวัดค่ามลพิษภายในท่อ พบว่าอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย เจ้าหน้าที่สามารถลงไปวางสิ่งของและอุปกรณ์การดูดได้
โดยเจ้าหน้าที่ต้องเปิดฝาท่อตรวจสอบท่อระบายน้ำหลายจุดตลอดแนว นำกระสอบทรายไปปิดกั้นท่อไม่ให้น้ำและสิ่งปฏิกูลในท่อไหลลงสู่คลอง จากนั้นจึงใส่สายลงไปในท่อแล้วดูดออกมา
ขณะที่นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ได้ลงพื้นที่ติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำ กรณีน้ำมันดีเซลรั่วไหลบริเวณ Data Center ก่อนเปิดเผยว่า ขณะนี้ค่าปริมาณสารอินทรีย์ระเหยง่าย หรือ VOC ในจุดที่ประชาชนกังวล ตรวจพบเป็นศูนย์แล้ว จากก่อนหน้านี้ภายในโรงงานเคยตรวจพบ 6 ppm และบริเวณจุดเกิดเหตุ 3 ppm ขณะที่ค่าก๊าซไข่เน่าลดลงเหลือ 1 และค่าระดับการติดไฟ หรือ LEL อยู่ที่ศูนย์ จึงไม่พบความเสี่ยงต่อการติดไฟ
อธิบดีกรมควบคุมมลพิษระบุว่า ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างเร่งทำความสะอาดและบำบัดน้ำที่ปนเปื้อน โดยนำจุลินทรีย์ที่สามารถย่อยสลายน้ำมันเข้ามาช่วยดำเนินการ ซึ่งเป็นวิธีที่ไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยคาดว่าหากทำความสะอาดครบทุกจุด สถานการณ์จะยุติลง และประชาชนจะไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่นอีก
ส่วนสาเหตุของน้ำมันรั่วไหล เบื้องต้นบริษัทให้ข้อมูลว่า เกิดขึ้นระหว่างการทดสอบเครื่องกำเนิดไฟฟ้า หรือ Generator เมื่อช่วงกลางเดือนกรกฎาคม โดยมีการนำผู้รับเหมาช่วงเข้ามาดำเนินการ เนื่องจากบริษัทยังไม่ได้รับใบอนุญาตดำเนินการด้วยตัวเอง และเกิดน้ำมันรั่วบริเวณหัวปะเก็น ก่อนที่ผู้ปฏิบัติงานจะใช้น้ำฉีดล้างหลายรอบ ทำให้น้ำมันบางส่วนไหลออกไป
นายสุรินทร์ย้ำว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ควรเกิดขึ้น เพราะระบบควรเป็นระบบปิด พร้อมระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีการระบุปริมาณน้ำมันที่รั่วไหลอย่างชัดเจน และต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม
สำหรับการดำเนินคดี อธิบดีกรมควบคุมมลพิษระบุว่า Data Center ยังไม่เข้าข่ายเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษตามกฎหมาย จึงต้องพิจารณาตามผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อมและประชาชนเป็นหลัก โดยขณะนี้เน้นให้ผู้ประกอบการเร่งแก้ไขปัญหาและลดผลกระทบก่อน ส่วนประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนสามารถฟ้องร้องหรือเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่งได้ตามพระราชบัญญัติ ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติพ.ศ. 2535 มาตรา 96 และ 97
ส่วนค่าใช้จ่ายในการทำความสะอาด อธิบดีกรมควบคุมมลพิษระบุว่า ผู้ประกอบการเป็นผู้รับผิดชอบ โดยกรุงเทพมหานครได้มีคำสั่งให้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน โดยมีเจ้าหน้าที่ของกรมควบคุมมลพิษมากำกับดูแลและวัดค่าจนกว่าจะได้ค่ามาตรฐานที่ปลอดภัยต่อประชาชน
ขณะที่กรณีประชาชนร้องเรียนว่าได้รับกลิ่นสารระเหยมานานประมาณ 2 เดือน จะส่งผลต่อร่างกายหรือไม่ นายสุรินทร์ระบุว่า ค่าที่ตรวจวัดได้ล่าสุดยังไม่สูงถึงระดับที่ถือว่าเป็นเหตุเดือดร้อนรำคาญ แต่ในประเด็นผลกระทบต่อสุขภาพ จะนำผลตรวจล่าสุดไปหารือกับกรมอนามัยและผู้เชี่ยวชาญก่อน เนื่องจากกรมควบคุมมลพิษไม่ใช่หน่วยงานผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพโดยตรง
ภายหลังจากที่อธิบดีกรมควบคุมมลพิษให้สัมภาษณ์เสร็จสิ้น ได้เดินไปพูดคุยกับประชาชนที่อยู่ในบริเวณดังกล่าว พร้อมยกมือไหว้ขอโทษ ก่อนที่จะกล่าวว่า จะรีบดำเนินการให้แล้วเสร็จ แล้วตนเองก็จะอยู่จนสามารถเคลียร์พื้นที่ให้สะอาดและปลอดภัยได้