นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีน้ำมันปนเปื้อนในระบบท่อระบายน้ำของกรุงเทพมหานคร บริเวณถนนเชื้อเพลิง ใต้สะพานยกระดับถนนพระราม 3 รอยต่อพื้นที่เขตคลองเตยและเขตยานนาวา ว่า ขณะนี้ยังไม่พบจุดรั่วที่แน่ชัด แต่สามารถระบุตำแหน่งโดยประมาณได้ โดยคาดว่าน้ำมันที่รั่วไหลได้ไหลลงสู่ระบบท่อระบายน้ำของกรุงเทพมหานคร ซึ่งบริเวณดังกล่าวมีลักษณะท่อเป็นรูปตัว Y ทำให้น้ำมันส่วนใหญ่ที่พบในขณะนี้อยู่บริเวณจุดดังกล่าว
ขณะที่ปลายทางของระบบท่อ หากน้ำมันไม่ไหลต่อไปจะพบเป็นน้ำใสตามปกติ
บริเวณดังกล่าวมีท่อส่งน้ำมันจำนวน 2 ท่อ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 14 นิ้ว ทำหน้าที่ลำเลียงน้ำมันไปยังสถานีเพิ่มแรงดันบริเวณช่องนนทรี โดยระบบดังกล่าวรับน้ำมันจากคลังน้ำมันหลายแห่ง ก่อนเพิ่มแรงดันและส่งต่อไปยังจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อเป็นคลังสำหรับกระจายไปยังพื้นที่ภาคเหนือ รวมถึงมีเส้นทางแยกไปยังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและท่าอากาศยานดอนเมือง
สำหรับการตรวจหาจุดรั่ว นายชัชชาติ กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของบริษัทผู้ดูแลระบบท่อ ซึ่งมีอุปกรณ์และเทคโนโลยีสำหรับตรวจสอบสภาพท่อโดยเฉพาะ โดยกรุงเทพมหานครได้ประสานและติดตามการทำงานอย่างใกล้ชิดตั้งแต่เกิดเหตุ เนื่องจากให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนเป็นอันดับแรก
ส่วนความเสี่ยงจากไอระเหยของน้ำมัน ขณะนี้เจ้าหน้าที่มีการตรวจวัดและเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง โดยค่าที่ตรวจวัดได้ยังไม่เกินระดับที่กำหนด ทั้งนี้ การพิจารณาว่าจำเป็นต้องอพยพประชาชนออกจากพื้นที่หรือไม่นั้น ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญของบริษัทผู้รับผิดชอบ เป็นผู้ประเมินตามหลักวิชาการ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่พบเงื่อนไขหรือระดับความเสี่ยงที่จำเป็นต้องอพยพประชาชนออกจากพื้นที่
ส่วนกรณีกลิ่นน้ำมัน สถานการณ์เริ่มดีขึ้น เนื่องจากเดิมระบบท่อส่งน้ำมันมีแรงดันสูงประมาณ 40 บาร์ หรือประมาณ 40 เท่าของความดันบรรยากาศปกติ หากมีรอยรั่ว แรงดันภายในท่อจะทำให้น้ำมันซึมออกมาได้มากขึ้น แต่หลังจากตรวจพบความผิดปกติและมีการหยุดส่งน้ำมันผ่านระบบท่อ แรงดันภายในท่อจึงลดลง ส่งผลให้การรั่วซึมลดลงตามไปด้วย
ขณะนี้น้ำมันที่พบในบ่อระบายน้ำมีปริมาณลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยยังพบกลิ่นและคราบน้ำมันในบ่อบริเวณใกล้เคียงประมาณ 2 บ่อเป็นหลัก สถานการณ์โดยรวมจึงมีแนวโน้มบรรเทาลง อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดคือการค้นหาต้นเหตุของการรั่วซึมให้พบ เพราะการดูดน้ำมันออกจากระบบเพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างถาวร
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีการดูดน้ำมันออกจากระบบเพิ่มเติมหรือไม่นั้น นายชัชชาติ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นต้องดำเนินการเพิ่มเติม เนื่องจากสถานการณ์ค่อนข้างนิ่ง โดยที่ผ่านมาได้ดูดของเหลวออกจากระบบรวมประมาณ 20,000 ลิตร แต่ปริมาณดังกล่าวเป็นน้ำที่ปะปนกับน้ำมัน เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาเกิดฝนตกหนัก จึงไม่ใช่น้ำมันทั้งหมด โดยเบื้องต้นคาดว่าน้ำมันมีสัดส่วนเพียงบางส่วนของปริมาณดังกล่าว
สำหรับประชาชนและชุมชนโดยรอบ กรุงเทพมหานครได้ประชาสัมพันธ์และแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พร้อมส่งเจ้าหน้าที่เทศกิจลงพื้นที่เพื่อให้ข้อมูลและติดตามสถานการณ์ โดยมีประชาชนบางส่วนแจ้งว่ารับรู้ ได้กลิ่นน้ำมัน แต่จากการตรวจวัดไอระเหยของน้ำมันยังไม่พบค่าอยู่ในระดับที่เป็นอันตราย
นายชัชชาติ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุสาเหตุของการรั่วซึมได้อย่างชัดเจน โดยจากข้อมูลผู้เชี่ยวชาญพบว่า เหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวไม่เคยเกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพมหานครมาก่อน ขณะที่ท่อส่งน้ำมันดังกล่าวมีอายุการใช้งานมากกว่า 30 ปี จึงจำเป็นต้องตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง และควรตรวจสอบระบบท่อในทุกจุดที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำในอนาคต
ทั้งนี้ แนวท่อส่งน้ำมันส่วนใหญ่พาดผ่านพื้นที่ตามแนวเส้นทางรถไฟ รวมถึงพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับทางพิเศษ ทำให้การเข้าดำเนินการในพื้นที่จำเป็นต้องประสานหลายหน่วยงาน และต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐานโดยรอบ
ส่วนการเปิดหน้าดินเพื่อค้นหาจุดรั่ว นายชัชชาติ กล่าวว่า จะต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวัง โดยพยายามเปิดพื้นที่ให้ใกล้กับตำแหน่งที่คาดว่าจะเกิดปัญหามากที่สุด เพื่อไม่ให้ต้องขุดเปิดพื้นที่เป็นวงกว้าง และอาจจำเป็นต้องใช้เสาเข็มพืดหรือ Sheet Pile เพื่อป้องกันดินสไลด์และรักษาความมั่นคงของพื้นที่ระหว่างการขุดเจาะ เนื่องจากระบบท่อดังกล่าวมีความสำคัญและต้องดำเนินการอย่างรอบคอบตามหลักวิศวกรรม
สำหรับมาตรการด้านความปลอดภัย กรุงเทพมหานครได้ประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือประชาชนไม่ให้ทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับเชื้อเพลิงหรือก่อให้เกิดประกายไฟในบริเวณพื้นที่เกิดเหตุ โดยเฉพาะการใช้เปลวไฟหรือกิจกรรมที่อาจเป็นแหล่งจุดติดไฟ พร้อมจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและตรวจวัดไอระเหยของน้ำมันอย่างต่อเนื่อง
นายชัชชาติ ย้ำว่า แม้สถานการณ์ในขณะนี้จะมีแนวโน้มดีขึ้น และค่าการตรวจวัดยังไม่อยู่ในระดับอันตราย แต่กรุงเทพมหานครยังคงให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนเป็นอันดับแรก
โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างดำเนินการขุดเจาะ เปิดหน้าดินบริเวณจุดที่คาดว่าเป็นตำแหน่งการรั่วซึม โดยใช้เครื่องมือและอุปกรณ์เฉพาะทาง เพื่อเข้าตรวจสอบสภาพท่อและค้นหาจุดรั่วที่แน่ชัด