บรรยากาศการหาเสียงของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่สยามสแควร์วัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร เป็นไปอย่างคึกคัก หลังเปิดตัวป้ายหาเสียงแนวศิลปะที่ร่วมงานกับศิลปินหลายราย เพื่อนำนโยบายกว่า 251 ข้อมาถ่ายทอดผ่านผลงานสร้างสรรค์บนป้ายดิจิทัลทั่วกรุงเทพฯ โดยหวังเปลี่ยนภาพการหาเสียงรูปแบบเดิมให้กลายเป็นพื้นที่ศิลปะของเมือง
นายชัชชาติ ระบุว่า ป้ายดังกล่าวใช้งบประมาณไม่มาก เนื่องจากเป็นการเช่าพื้นที่โฆษณาแบบหมุนเวียนครั้งละ 15 วินาที พร้อมเชื่อว่าศิลปะสามารถสื่อสารนโยบายได้ลึกซึ้งกว่าป้ายหาเสียงทั่วไป และช่วยเพิ่มสีสันให้กับกรุงเทพมหานคร
ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงกรณีการซื้อขายตำแหน่งผู้อำนวยการเขต หลัง นายคริส โปตระนันทน์ ประธานพรรคเศรษฐกิจ ออกมาเปิดเผยข้อมูลว่ามีการซื้อขายตำแหน่ง ผอ.เขต ในราคา “4 กิโลกรัม” หรือประมาณ 4 ล้านบาท พร้อมตั้งคำถามว่าเป็นการซื้อขายกับใคร
นายชัชชาติ ยืนยันว่า ไม่เคยมีการซื้อขายตำแหน่งในสมัยที่ตนดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. พร้อมตั้งคำถามกลับว่า หากมีข้อมูลหรือหลักฐานจริง เหตุใดจึงไม่เปิดเผยตั้งแต่ช่วงที่ตนยังดำรงตำแหน่งอยู่ แต่กลับนำมาเปิดเผยในช่วงการเลือกตั้ง
“หากมีการซื้อขายตำแหน่งเกิดขึ้นจริง ผมคงไม่สามารถอยู่ในตำแหน่งมาจนถึงปัจจุบันได้ เพราะเรื่องทุจริตเป็นประเด็นที่ถูกจับตาและตรวจสอบอย่างเข้มข้นอยู่แล้ว” นายชัชชาติ กล่าว
นายชัชชาติ ยังท้าผู้กล่าวหาให้นำหลักฐานเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พร้อมย้ำว่า การกล่าวหาผู้สมัครในช่วงเลือกตั้งโดยไม่มีหลักฐาน อาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายได้
ทั้งนี้ หากตรวจสอบแล้วไม่พบมูลความจริง ผู้กล่าวหาก็ควรต้องรับผิดชอบต่อคำพูดของตนเอง โดยขณะนี้ได้มอบหมายให้ทีมกฎหมายติดตามข้อมูลและถ้อยคำที่ถูกเผยแพร่ในช่วงการเลือกตั้งอย่างใกล้ชิด เพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายหากพบว่ามีการให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ
นายชัชชาติ ยังแสดงความสงสัยต่อช่วงเวลาที่มีการหยิบยกประเด็นดังกล่าวขึ้นมา โดยระบุว่า ตนรู้จักและเคยพบปะพูดคุยกับนายคริสมาโดยตลอด แต่ไม่เคยมีการพูดถึงเรื่องนี้มาก่อน กระทั่งมาเกิดขึ้นในช่วงที่การเลือกตั้งกำลังเข้มข้น จึงมองว่าอาจมีวัตถุประสงค์ทางการเมืองแอบแฝง ส่วนประเด็นเรื่อง “ระบบอากง” นายชัชชาติ ยืนยันว่า ไม่มีระบบดังกล่าวอย่างแน่นอน และยินดีให้มีการตรวจสอบทุกเรื่อง
สำหรับกรณีที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า ระหว่างการลงพื้นที่หาเสียงยังคงมีประชาชนสะท้อนปัญหาจำนวนมาก ทั้งที่บริหารงานมาแล้ว 4 ปี นายชัชชาติ ยอมรับว่า กรุงเทพมหานครเป็นเมืองขนาดใหญ่ที่มีประชากรมากกว่า 10 ล้านคน ปัญหาต่าง ๆ จึงไม่มีวันหมดสิ้น และไม่มีผู้บริหารคนใดสามารถแก้ไขปัญหาได้ครบ 100%
อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าพร้อมรับฟังทุกปัญหาและนำไปปรับปรุงแก้ไข โดยเชื่อว่าผลงานที่แท้จริงจะสะท้อนผ่านคุณภาพชีวิตของประชาชน ไม่ใช่เพียงการประชาสัมพันธ์
นายชัชชาติ ยังชี้แจงกรณีมีกระแสข่าวว่าเคยแต่งตั้ง ศ.พิเศษ ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นประธานบอร์ดบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (KT) โดยยืนยันว่า ในสมัยที่ดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. ไม่เคยแต่งตั้ง ศ.พิเศษ ดร.สุรพล ให้ดำรงตำแหน่งใด ๆ พร้อมขอให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน