กลุ่มปกป้องผืนแผ่นดินภูเก็ต นำโดยนายสายชล หนูเชต แกนนำของกลุ่ม รวมตัวแถลงข่าวการเคลื่อนไหวคัดค้านการจัดงานเทศกาลปีใหม่ยิวที่ คาบัด ป่าตอง จะจัดขึ้นในวันนี้ (11 ก.ย. 2569) ตั้งแต่เวลา 16.00-21.00 น.เนื่องจากทาง คาบัด ป่าตอง ยืนยันจะจัดงานต่อแม้จะมีเสียงคัดค้านจากชาวภูเก็ตก็ตาม โดยมีสมาชิกกลุ่มเข้าร่วม ณ ร้านแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามกับมัสยิดนูรุลอิสลาม ป่าตอง อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต
โดยตัวแทนกลุ่ม กล่าวว่า กลุ่มปกป้องผืนแผ่นดินภูเก็ตยืนยันว่าจะรวมตัวกันต่อต้านการจัดงานเทศกาลปีใหม่ยิวอย่างแน่นอน ซึ่งในวันนี้จะมีคนภูเก็ตจาก 10 ภาคีเครือข่าย อาทิ กลุ่มเครือข่ายจัดการตนเองภูเก็ตมหานคร กลุ่มคนไทยรักปาเลสไตน์ กลุ่มผู้ประกอบการแท็กซี่ ตุ๊กตุ๊ก ผู้ประกอบการในป่าตอง เป็นต้น เข้ามาร่วมการเคลื่อนไหวคัดค้านด้วย
โดยจะนัดรวมตัวที่บริเวณลานโลมาหาดป่าตอง ในเวลา 15.00 น. คาดว่าจะเข้าร่วมไม่ต่ำกว่า 200 คน ก่อนที่จะเคลื่อนขบวน พร้อมป้ายแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ เดินไปบนฟุตปาธถนนพระบารมี เลี้ยวซ้ายเข้าถนนราชอุทิศ 200 ปี ผ่านหน้า คาบัด เฮ้าส์ ป่าตอง สถานที่จัดงาน ไปตั้งเวทีบนรถกระบะซึ่งห่างจากคาบัดไปเล็กน้อย ซึ่งจุดนี้จะมีการแสดงการรวมพลังเชิงสัญลักษณ์ประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนที่จะเคลื่อนขบวนไปยังสนามฟุตบอล เพื่อปราศรัยแสดงจุดยืนกันต่ออีก 1 ชั่วโมง ก่อนแยกย้ายกันกลับ
อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ ทางแกนนำฯ เปิดเผยว่า ได้รับการยืนยันแล้วว่า “เต้ อาชีวะ” และ “ทราย สมุทร” จะมาร่วมเคลื่อนไหวคัดค้านด้วย
นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงมาตรการการจัดงานวันปีใหม่ยิว จ.ภูเก็ต ในวันนี้ว่า 2 วันที่แล้ว ผู้จัดเข้ามาปรึกษาและแจ้งกับทางจังหวัดภูเก็ต โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัด 2 คนเข้าร่วมการประชุม ครั้งแรกแจ้งว่ามีผู้เข้าร่วมงานประมาณ 2,000 คน ในจำนวนนี้ 1,000 คน เป็นชาวอิสราเอลที่อยู่ในภูเก็ต และอีก 1,000 คน จะเป็นผู้ที่บินตรงมาจากอิสราเอล ขณะที่ทางจังหวัดภูเก็ต แจ้งมาว่าจะมีคนไทยมีการขออนุญาตจะออกมาแสดงจุดยืนถึงความกังวลที่มีต่อชาวอิสราเอล พร้อมแจ้งไปยังผู้จัดงาน
กระทั่งผู้จัดงานกลับไปคิด และตัดสินใจจะลดขนาดงานลง โดยเดิมทีตอนกลางวันจะจัดงานที่คาบัด แล้วจะจัดงานในโรงแรมตอนกลางคืน เปลี่ยนเป็นจัดที่คาบัดอย่างเดียว ระยะเวลาตั้งแต่บ่ายถึงกลางคืน และลดจำนวนคนลงจาก 2,000 คน เหลือ 700 คน ซึ่งคนที่เข้าร่วมจะต้องมีตั๋วเท่านั้นถึงจะเข้าได้ ขณะที่ทางผู้จัดงานได้ขอความร่วมมือไปยัง สภ. ป่าตอง ขอกำลังนายตำรวจจำนวน 50 นาย เพื่อช่วยดูแลความสงบเรียบร้อย ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับทางผู้กำกับว่าจะพิจารณาอย่างไร
ขณะที่กระทรวงมหาดไทย ตนได้มีคำสั่ง ไปยังรองผู้ว่าราชการจังหวัด ควรจะส่งเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นลงไปดูด้วย ว่ากิจกรรมของทั้งสองฝ่ายเป็นอย่างไร และมีข้อมูลอะไรที่จะนำมาพัฒนาและสืบสวน ได้หรือไม่ หากบรรยากาศปีใหม่มีการก่อกวน จัดเกินเวลา มีการทำลายวัฒนธรรมสังคม วิถีของคนไทย ตนก็คงต้องลงไปภูเก็ตเองและต้องไปพูดคุย แต่ย้ำว่าการที่จัดงานที่คาบัด เป็นพื้นที่ส่วนบุคคล ไม่สามารถเข้าไปทำอะไรได้ พร้อมยกตัวอย่างว่าประเพณีไทยอย่างที่มีการจัดงานบวช หากมีการจัดพิธีตัดผมในบ้าน ในพื้นที่ของเรา ก็เป็นบริบทเดียวกัน
นายพลพีร์ กล่าวว่า อยากสื่อสารไปถึงประชาชนไม่ว่าชาติไหนก็มีทั้งคนดีและไม่ดี แต่รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจใครที่ไม่ดีนายกรัฐมนตรี ก็แสดงให้เห็นถึงความจริงจังแล้ว ถ้าหากชาวต่างชาติไม่ดีก็เชิญออกนอกประเทศ