“ทนายตั้ม” คัฟเวอร์เป็น “สว.สีน้ำเงิน” แจ้งความเอาผิด กกต.เสียงข้างมาก ปมฮั้ว สว.

โดย PPTV Online

เผยแพร่

“ทนายตั้ม” ษิทรา เบี้ยบังเกิด แต่งลุค “สว.สีน้ำเงิน” บุกกองปราบ แจ้งความดำเนินคดี กกต.เสียงข้างมาก ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ปมพิจารณาคดีฮั้วเลือก สว.

นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ “ทนายตั้ม บ้าพลังช่วยด้วย” เดินทางมายังกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ฝ่ายเสียงข้างมาก กรณีการพิจารณาคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.)

การเดินทางมาครั้งนี้ นายษิทรามาในลุคเสื้อผ้าไหมสีน้ำเงิน พร้อมติดหนวดแบบใหม่ โดยระบุว่าอยากเป็น “สว.สีน้ำเงิน” พร้อมกล่าวเชิงเสียดสีว่า “จะได้ถอดสมองมาแล้วก็เข้าสภาได้เลย” 

 

ทนายตั้ม ช่างภาพพีพีทีวี
“ทนายตั้ม” คัฟเวอร์เป็น “สว.สีน้ำเงิน” แจ้งความเอาผิด กกต.เสียงข้างมาก ปมฮั้ว สว.

นอกจากนี้ นายษิทรายังโหนอยู่ด้านนอกรถกระบะ พร้อมถือโทรศัพท์ทำท่าไลฟ์ทำคอนเทนต์ โดยระบุว่าเป็นการล้อเลียน “กัน จอมพลัง” หลังช่วงที่ผ่านมาเจ้าตัวเคลื่อนไหวร้องเรียนให้หน่วยงานต่าง ๆ ตรวจสอบการระดมทุนของมูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้

นายษิทรา ระบุว่า วันนี้เดินทางมาในฐานะผู้เสียหาย เนื่องจากเป็น สว.สำรอง กลุ่ม 17 ลำดับที่ 4 โดยที่ผ่านมาคาดหวังว่า กกต.จะทำหน้าที่ดำเนินการกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเรื่องฮั้วเลือก สว. เนื่องจากมีข้อมูลและหลักฐานหลายส่วนปรากฏออกมา แต่ท้ายที่สุด กกต.เสียงข้างมากมีมติในอีกแนวทางหนึ่ง จึงเดินทางมาแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม ให้ดำเนินคดีกับ กกต.เสียงข้างมาก ในฐานความผิดปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

นายษิทรา กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ติดภารกิจร้องเรียนให้ตรวจสอบกรณีมูลนิธิกันจอมพลังฯ ซึ่งเรียกว่าเป็น “ภารกิจพิชิตปลาสลิด” แต่ยังคงติดตามความเคลื่อนไหวคดีฮั้ว สว.มาโดยตลอด รวมถึงข้อมูลจาก iLaw และกลุ่มต่าง ๆ ที่นำหลักฐานออกมาเปิดเผย ตลอดจนความเห็นของ กกต.เสียงข้างน้อย ซึ่งเห็นว่ามีพยานหลักฐานที่สามารถดำเนินการตามกระบวนการกฎหมายต่อไปได้

ส่วนสาเหตุที่เลือกเข้าแจ้งความกับกองบังคับการปราบปราม แทนการยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายษิทราให้เหตุผลว่า ป.ป.ช.เป็นองค์กรอิสระที่มีกระบวนการสรรหาและให้ความเห็นชอบเกี่ยวข้องกับวุฒิสภาเช่นเดียวกัน

สำหรับหลักฐานที่นำมามอบให้พนักงานสอบสวน มีทั้งเอกสารและการอ้างพยานบุคคล 4 คน ประกอบด้วย กกต.เสียงข้างน้อย รวมถึง ร.ต.อ.ชนินทร์ รองเลขาธิการ กกต. และประธานคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลางชุดที่ 26 ซึ่งมีความเห็นเสนอให้ กกต.ดำเนินการกับผู้ที่เกี่ยวข้อง 229 ราย ตลอดจนนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการ iLaw ขณะที่หลักฐานเอกสารมีข้อมูลจากสำนวนการสืบสวนสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) รวมอยู่ด้วย

นายษิทรายืนยันว่า ตนถือเป็นผู้เสียหายโดยตรง เนื่องจากมีสถานะเป็น สว.สำรอง จึงเห็นว่ามีอำนาจร้องทุกข์และดำเนินคดีกับ กกต.เสียงข้างมากได้

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ปัจจุบันนายษิทราขาดคุณสมบัติการเป็น สว.แล้วหรือไม่ เนื่องจากถูกดำเนินคดีและเคยถูกคุมขัง นายษิทรายืนยันว่า ยังไม่ขาดคุณสมบัติ เนื่องจากคดียังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด และขณะนี้ยังอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาคดี โดยถือว่ายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด

นายษิทรากล่าวติดตลกว่า หากมีการดำเนินคดีกับ สว.จนพ้นตำแหน่ง 4-5 คน หรือดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด 229 ราย ตนก็อาจมีโอกาสได้ขึ้นเป็น “สว.สีน้ำเงิน” แต่ท้ายที่สุดอาจเลือกเป็น “สว.สีอื่น” เพราะถึงเวลานั้น “สว.สีน้ำเงินอาจจะไม่เท่แล้ว”

ส่วนกรณีสำนวนคดีฮั้วเลือก สว.และคดีฟอกเงินที่อยู่ระหว่างการดำเนินการของ DSI ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนตัวอธิบดี DSI คนใหม่ นายษิทราแสดงความกังวลว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจส่งผลต่อการดำเนินคดี พร้อมตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับบทบาทในอดีตของบุคคลที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่ง อย่างไรก็ตาม ข้อกังวลดังกล่าวเป็นความเห็นและข้อกล่าวอ้างของนายษิทรา ซึ่งยังต้องติดตามการดำเนินการของ DSI ต่อไป

นายษิทรายังกล่าวถึงการโหนอยู่ด้านนอกรถกระบะขณะเดินทางมาถึงกองปราบว่า ต้องการล้อเลียนภาพการลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน โดยกล่าวติดตลกว่า หากอยู่นอกรถ เมื่อพบคนเดือดร้อนก็สามารถกระโดดลงไปช่วยเหลือได้ทันที

เมื่อถูกถามว่าช่วงนี้เดินสายร้องเรียนหลายเรื่องจนถูกมองว่าเป็น “นักร้องเรียน” นายษิทรากล่าวว่า ที่จริงร้องเรียนมานานแล้ว เพียงแต่ก่อนหน้านี้ “แสงยังไม่ถึง แสงไม่จ้าขนาดนี้” พร้อมระบุว่า หลังจากนี้ต้องติดตามว่าจะมีเรื่องใดให้ดำเนินการต่อในช่วงที่ได้รับการประกันตัว โดยตั้งใจจะใช้เวลาทำสิ่งที่เห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อประชาชน

ส่วนการกลับมายังกองบังคับการปราบปราม นายษิทรากล่าวติดตลกว่า รู้สึกเหมือน “กลับบ้าน” เพราะเมื่อประมาณ 2 ปีก่อนเคยถูกควบคุมตัวอยู่ที่นี่ 1 คืน พร้อมแซวว่าบริเวณดังกล่าวมีรั้วรอบขอบชิดและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง แต่ครั้งนี้ “ขอไม่นอนที่นี่อีกดีกว่า”

ทั้งนี้ นายษิทราระบุว่า ในวันพรุ่งนี้จะเดินทางไปยังรัฐสภา เพื่อยื่นเรื่องเกี่ยวกับปัญหาโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาลของคนตาบอดและคนพิการต่อไป

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ