เกาะติดสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมาก วันที่ 29 กันยายน 2569 ตามพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า จากกรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่า ประเทศไทยจะเริ่มมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะทางด้านตะวันตกของภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ขณะที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60% ของพื้นที่
กทม. เตือนเฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูง ระหว่าง 29 ก.ย. - 4 ต.ค. 69
กรุงเทพมหานคร เตือนเฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูง ระหว่างวันที่ 29 กันยายน - 4 ตุลาคม 2569 มวลน้ำจากตอนบนไหลสมทบ ระดับน้ำแม่น้ำเพิ่มสูง เสี่ยงกระทบพื้นที่ริมแม่น้ำและชุมชนนอกแนวป้องกันน้ำ เนื่องจากอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรง ยังคงปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ส่งผลให้คลื่นลมมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับมวลน้ำหลากจากพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำไหลลงมาสมทบ ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเพิ่มสูงขึ้น
โดยเฉพาะชุมชนนอกแนวคันกั้นน้ำ พื้นที่ที่ไม่มีแนวป้องกันน้ำถาวร พื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ริมแม่น้ำ ขณะที่เส้นทางสัญจรที่ควรติดตามสถานการณ์ ได้แก่
- ถนนสุขุมวิท
- ถนนสุขสวัสดิ์
- ถนนพระราม 2
ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรเฝ้าระวังอันตรายจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น หากพบปัญหาน้ำท่วมขัง หรือต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วนจากสถานการณ์น้ำ สามารถแจ้งได้ผ่านทาง
- โทร. 0 2248 5115 ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วม
- โทร. สายด่วน 1555
- Line @Traffyfondue
- Facebook ศูนย์ป้องกันน้ำท่วม กทม.
หรือหากต้องการแจ้งเหตุฉุกเฉิน หรือต้องการบริการด้านการแพทย์ หรือเคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่มีเงื่อนไขทางการแพทย์ โทร. 1669
ปภ.เตือนประชาชน อ.ปากเกร็ด อ.เมืองนนทบุรี อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ยกของขึ้นที่สูง-เคลื่อนย้ายรถ
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้งเตือนระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ จ.นนทบุรี เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง จะส่งผลกระทบเฉพาะพื้นที่นอกคันกั้นน้ำ อ.ปากเกร็ด อ.เมืองนนทบุรี อ.บางกรวย ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมแม่น้ำ/ที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ ยกของขึ้นที่สูง เคลื่อนย้ายรถ ดูแลกลุ่มเปราะบาง หากต้องการความช่วยเหลือให้แจ้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือผู้นำชุมชน
ปภ. แจ้งเตือนน้ำท่วม จ.ปราจีนบุรี คาดว่าระดับน้ำจะเพิ่มขึ้น รีบอพยพไปศูนย์พักพิง
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้งเตือนสถานการณ์น้ำท่วมที่ จ.ปราจีนบุรี ระดับน้ำยังมีแนวโน้วเพิ่มสูงขึ้น และถึงขั้นวิกฤตในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในเขตเทศบาลเมืองปราจีนบุรี อ.ประจันตคาม อ.บ้านสร้าง คาดว่าระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นอีก 50 ซม. เพื่อความปลอดภัย ขอให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงรีบอพยพไปยังศูนย์พักพิงทันที รีบเคลื่อนย้ายรถไปที่สูงทันที และให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่
ปภ. จึงได้ร่วมกับผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ AIS True และ NT ส่งข้อความแจ้งเตือนผ่าน Cell Broadcast แจ้งเตือนน้ำท่วม อ.เมืองปราจีนบุรี อ.ประจันตคาม อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี ทั้งนี้ สามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือได้ทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” เพิ่มเพื่อนที่ Line ID @1784DDPM หรือโทรสายด่วนนิรภัย (ปภ.) 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง
ปักธงแดงแม่น้ำป่าสักสูงจ่อล้นตลิ่ง
วันที่ 29 ก.ย. 2569 สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เริ่มส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะชุมชนริมคลอง ริมแม่น้ำสายต่างๆ ถนนในชุมชนริมแม่น้ำเริ่มถูกตัดขาด หลังเขื่อนเจ้าพระยาแจ้งปรับการระบายน้ำท้ายเขื่อน 1,950 ลบ.ม./วินาที ประกอบกับฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ได้รับผลกระทบเพิ่มเป็น รวม 11 อำเภอ 146 ตำบล 881 หมู่บ้าน 35 ชุมชน 34,138 ครัวเรือน ดังนี้ อำเภอเสนา อำเภอผักไห่ อำเภอบางบาล อำเภอบางไทร อำเภอพระนครศรีอยุธยา อำเภอบางปะอิน อำเภอบางปะหัน อำเภอลาดบัวหลวง อำเภอนครหลวง อำเภอวังน้อย และ อำเภออุทัย เสียชีวิต 1 ราย อำเภอเสนา
ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ล่าสุดเริ่มมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น หลังเขื่อนพระราม 6 ตำบล ท่าหลวง อำเภอ ท่าเรือ จังหวัด พระนครศรีอยุธยา ปรับเพิ่มการระบายน้ำจากแม่น้ำป่าสักลงสู่พื้นที่ท้ายเขื่อน ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กระทบชุมชนที่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำในพื้นที่ อำเภอ ท่าเรือ อำเภอ นครหลวง และ อำเภอ พระนครศรีอยุธยา โดยเฉพาะพื้นที่ชุมชนริมแม่น้ำป่าสักที่ต้องเร่งเตรียมรับมือ ที่บริเวณหน้าสำนักงานเทศบาลตำบลท่าเรือ ซึ่งอยู่ติดกับแม่น้ำป่าสัก เจ้าหน้าที่ได้นำธงสีแดงมาปักไว้เพื่อแจ้งเตือนประชาชนในชุมชนริมแม่น้ำและพื้นที่นอกแนวคันกั้นน้ำ ให้เร่งขนย้ายสิ่งของและทรัพย์สินขึ้นไว้ในที่สูง หลังระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น เหลืออีกประมาณ 10 เซนติเมตร จะเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบริเวณลานด้านหน้าสำนักงานเทศบาล
ขณะที่ประชาชนในพื้นที่ทยอยเดินทางมาติดตามสถานการณ์และตรวจสอบระดับน้ำอย่างต่อเนื่อง ด้านเทศบาลตำบลท่าเรือได้เตรียมกระสอบทรายสำหรับเสริมแนวป้องกันน้ำ รวมถึงจัดเตรียมเรือไว้สำหรับให้ประชาชนในเขตเทศบาลที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมใช้ในการเดินทางและขนย้ายสิ่งของ หากสถานการณ์น้ำเพิ่มสูงขึ้น ขณะเดียวกัน ที่ตลาดสดท่าเรือ บรรดาพ่อค้าแม่ค้าต่างเร่งขนย้ายสินค้าและอุปกรณ์การค้าจากร้านออกจากพื้นที่ หลังได้รับประกาศแจ้งเตือนเรื่องสถานการณ์น้ำ โดยเทศบาลตำบลท่าเรือได้จัดเตรียมพื้นที่ตลาดชั่วคราวไว้รองรับ เพื่อให้ผู้ค้าสามารถย้ายออกไปจำหน่ายสินค้าได้ในช่วงที่ตลาดเดิมได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม
นางสาวบี อายุ 38 ปี แม่ค้าขายกับข้าวในตลาด เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำเริ่มส่งผลกระทบต่อพ่อค้าแม่ค้าแล้ว โดยผู้ค้าได้รับแจ้งเตือนเรื่องน้ำท่วมและต้องเร่งเก็บข้าวของ รวมทั้งขนย้ายสินค้าออกจากตลาดตั้งแต่เมื่อวานที่ผ่านมา เนื่องจากระดับน้ำทยอยเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้ค้าระบุว่า พื้นที่ดังกล่าวประสบปัญหาน้ำท่วมเป็นประจำทุกปี แต่ปีนี้ระดับน้ำมาเร็วกว่าปกติ ทำให้ต้องเร่งเตรียมตัวรับมือและย้ายสินค้าออกไปจำหน่ายยังพื้นที่อื่นเป็นการชั่วคราว เช่น ตลาดเกาะลอย เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับสินค้าและอุปกรณ์การค้า
ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่ต่างสะท้อนตรงกันว่า สถานการณ์น้ำปีนี้มีความผิดปกติจากหลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จากเดิมที่มักค่อยๆ เพิ่มขึ้น ทำให้ชาวบ้านมีเวลาเตรียมตัวและขนย้ายทรัพย์สิน แต่ครั้งนี้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นในเวลาอันรวดเร็ว จนหลายครอบครัวต้องเร่งขนย้ายสิ่งของกันในช่วงกลางคืน เพื่อป้องกันความเสียหายจากน้ำที่กำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ปราจีนบุรีน้ำยังท่วมสูง
จากการรายงาน สถานการณ์น้ำท่า จากศูนย์อุทกวิทยาชลประทานภาคตะวันออก แจ้งว่า ในแควมาน ด้านอำเภอกบบินบุรีระ ระดับน้ำ สูงกว่าตลิ่ง 1.77 ซม. ในขณะนี้น้ำเริ่มทรงตัว ส่วนในพื้นที่อำเภอศรีมหาโพธิ พบว่าในแม่น้ำปราจีนบุรีสูงกว่าตลิ่ง 1.56 ม. โดยเฉพาะในพื้นที่ ตำบลหน้าเมืองอำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี น้ำยังคงสูงขึ้นเรื่อย ๆ ไหลเข้าท่วมผิวการจราจร ประมาณ 65 ซม.
จากการใช้ โดนบินตรวจสอบในพื้นที่เทศบาลเมืองปราจีนบุรี ตั้งแต่บริเวณสี่แยกแขวงทางหลวงปราจีนบุรี พบว่ามีปริมาณน้ำสูง ทำให้รถเล็กไม่สามารถสัญจรไปมาได้ เนื่องจากมีน้ำท่วมขัง ทั้ง 4 ช่องจราจร ส่วนพื้นที่ด้านในเขตเทศบาลเมืองปราจีนบุรี พบว่าถนนทุกเส้นทางถูกน้ำท่วมสูงหนักขึ้น ทำให้การจราจร เป็นไปด้วยความยากลำบาก
ส่วนพื้นที่บ้านเรือนประชาชน ในหมู่บ้านจัดสรรที่ถูกน้ำท่วมหนัก จนไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ และมีประชาชน ได้โทรศัพท์ติดต่อขอความช่วยเหลือ ไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ให้ช่วยนำกลุ่มผู้ป่วย ผู้สูงวัย ออกจากพื้นที่เป็นการด่วน รวมทั้งมีการร้องขออาหารกล่อง เนื่องจากไม่สามารถออกไปซื้อของมาได้ แต่การช่วยเหลือเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากมีประชาชน ได้รับผลกระทบ จากภาวะน้ำท่วมหนักในปีนี้