เปิดพฤติการณ์ "อัจฉริยะ" พบเส้นเงินชมรมฯ โยงกลุ่มพนันมวย กว่า 40 ล้าน!

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เปิดพฤติการณ์ "อัจฉริยะ" ใช้ชมรมฯอ้างช่วยเหลือสังคมเพื่อรับบริจาค แต่ใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ พบเส้นเงินโยงกลุ่มพนันมวยออนไลน์ 212 ครั้ง กว่า 40 ล้านบาท เบื้องต้นเจ้าตัวปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

จากกรณีตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) หรือ ตำรวจไซเบอร์ บุกจับ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ในข้อหาฉ้อโกงประชาชนโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, ฟอกเงิน และ ลักลอบเล่นการพนันชกมวย(ประเภท ข) ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต" นั้น

อัจฉริยะ สอท.
เปิดพฤติการณ์ "อัจฉริยะ" พบเส้นเงินชมรมฯ โยงกลุ่มพนันมวยออนไลน์

สืบเนื่องจากเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ตำรวจไซเบอร์ได้จับกุมแก๊งพนันออนไลน์มวยพักยกวาไรตี้ ผู้ต้องหา 6 ราย ยึดมือถือ 245 เครื่อง พร้อมทรัพย์สินอีกกว่า 6.3 ล้านบาท การจับกุมสืบเนื่องจากปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นพร้อมกัน 6 จุด ในพื้นที่ กทม. ได้แก่ บ้านพักในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซอยนวมินทร์ 24 จำนวน 4 หลัง และ ซอยนวมินทร์ 42 จำนวน 2 หลัง แขวงบึงกุ่ม เขตบึงกุ่ม กทม.
ต่อมาจากการสืบสวนขยายผลพบมีเส้นเงินจำนวนกว่า 1,000 ล้านบาท จึงทำการขยายผลเส้นเงินดังกล่าวพบมีเส้นเงินเชื่อมโยงไปยังกลุ่มคนทำเว็บ และนายอัจฉริยะ จำนวน 212 ครั้ง จำนวนเงินกว่า 40 ล้านบาท

และจากการตรวจสอบเส้นเงินอย่างละเอียดพบเส้นเงินเชื่อมโยงทั้งเข้าและออกจากบัญชีบุคคลอื่นทั้งกลุ่มเซียนมวย และผู้บริจาคให้ชมรมฯ โดยพบบัญชีส่วนตัวของนายอัจฉริยะ มีเงินเข้าออกจำนวน 1,196 ครั้ง เงินหมุนเวียนกว่า 191 ล้านบาท บัญชีชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม มีเงินเข้าออกจำนวน 5,140 ครั้ง เงินหทุนเวียนกว่า 168 ล้านบาท

เส้นเงินบริจาคชมรมช่วยหลือเหยื่ออาชญากรรม เชื่อมการพนันมวยตามข้อกล่าวหา โดยนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ใช้ "ชมรมช่วยหลือเหยื่ออาชญากรรม" การอ้างช่วยเหลือสังคมเพื่อรับบริจาค แล้วใช้ผิดวัตถุประสงค์ ซึ่งพฤติการณ์ที่ฝ่ายสืบสวนระบุ
1.ประชาสัมพันธ์ อ้างช่วยเหลือสังคมผ่าน "ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม"และสื่อออนไลน์
2.ประชาชนบริจาค พยานเชื่อว่าเงินจะใช้ช่วยเหลือผู้เดือดร้อน และกิจกรรมเพื่อสังคม
3.รับเข้าบัญชี บัญชีส่วนตัวและบัญชีชมรมฯ โดยนายอัจฉริยะ ฝ่ายสืบสวนระบุเงินเจือปนกัน
4.โอนต่อพนันมวย เส้นเงินเชื่อมกลุ่ม LINE "มวยพักยกวาไรตี้" และ "กลุ่มฝากทุนพักยกวาไรตี้"

อัจฉริยะ สอท.
เปิดพฤติการณ์ "อัจฉริยะ" พบเส้นเงินชมรมฯ โยงกลุ่มพนันมวยออนไลน์

ต่อมา เวลา 15.00 น. ตำรวจไซเบอร์ได้คุมตัวนายอัจฉริยะ มายังกองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อทำการสอบสวน โดยมี พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองผู้บัญชาการจเรตำรวจ และ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  และ พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.สอท.1 เป็นเจ้าของคดี ระหว่างคุมตัวเดินเข้าห้องสอบอยู่นั้น นายอัจฉริยะเปิดเผยกับสื่อมวลชนที่มารอทำข่าวว่า เงินบัญชีมูลนิธิไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบัญชีส่วนตัวของตัวเอง ยืนยันว่าสามารถชี้แจงรายละเอียดทุกอย่างได้หมด ส่วนจะถูกกลั่นแกล้งหรือไม่นั้น ให้ทุกคนไปคิดกันเอาเองเนื่องจากถูกออกหมายจับเมื่อวานนี้ และบัญชีมูลนิธิได้เปิดบัญชีมาแล้ว 12 ปี ซึ่งมันคนละอย่างกันกับบัญชีส่วนตัว

ขณะที่ พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองผู้บัญชาการจเรตำรวจ และ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เปิดเผยว่า การจับกุมในคดีนี้สืบเนื่องจากการขยายผลคดีขบวนการแอบลักลอบเล่นการพนันมวย ที่มีเงินหมุนเวียนถึง 1 พันล้านบาท เมื่อช่วงเดือนมีนาคมในพื้นที่สน.บึงกุ่ม จากการสืบสวนสอบสวนพบว่า ในเส้นเงินดังกล่าวมีเงินจำนวน 40 ล้านบาท เข้าไปเกี่ยวโยงกับเว็บพนันมวยถึง 212 ครั้ง จะเป็นที่มาของการออกไปจับนายอัจฉริยะในครั้งนี้

เบื้องต้นเจ้าตัวได้ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา การปฏิเสธก็เป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหาที่จะให้การอย่างไรก็ได้ แต่ตำรวจมีพยานหลักฐานและผู้เสียหายที่เข้าให้ข้อมูลกับตำรวจไว้ก่อนหน้านี้ โดยผู้เสียหายได้ระบุเจตจำนงค์อย่างชัดเจนว่า เงินดังกล่าวจะต้องไปช่วยเหลือผู้ได้รับความเดือดร้อนจากคดีอาชญากรรม

นอกจากนนี้จากการตรวจสอบบัญชีชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พบว่ามีเงินหมุนเวียน ประมาณ 168 ล้านบาท และมีเงินหลาย 10 ล้านบาทที่เข้าไป เชื่อมโยงกับเว็บพนันมวย ยืนยันว่าการจับกุมครั้งนี้ไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้งตามที่ตัวผู้ต้องหานั้นได้กล่าวอ้าง และจะให้ความเป็นแกทุกฝ่าย

ส่วนบัญชีส่วนตัวของนายอัจฉริยะพบว่ามีเงินที่อยู่ในบัญชีถึง 191 ล้านบาท ซึ่งจะต้องนำไปตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งเนื่องจากพบความเชื่อมโยง ทางเส้นเงิน ไปถึงชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ที่มีนายอัจฉริยะมีอำนาจในการเบิกจ่ายแต่เพียงผู้เดียว ส่วนจะมีการให้ประกันตัวหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของพนักงานสอบสวน
 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ