จากกรณีตำรวจกองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 ในฐานะเจ้าของสำนวนคดี นำตัว นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ขึ้นรถไปฝากขังที่ศาลอาญา ในความผิดฐาน "ฉ้อโกงประชาชน,พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ,ฟอกเงิน และ ลักลอบเล่นการพนันชกมวยฯ และสอบปากคำเสร็จสิ้น และคุมตัวมาฝากขังไว้ที่ห้องควบคุมผู้ต้องหา สน.ทุ่งสองห้อง ตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งทางพนักงานสอบสวนตำรวจ สอท. จะคุมตัวไปฝากขังที่ศาลอาญาในช่วงเช้าของวันนี้
ทั้งนี้ภายหลังศาลอนุญาตฝากขัง นายอัจฉริยะยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราว ศาลพิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหา พฤติการณ์แห่งคดีตามคำร้องฝากขังแล้ว ผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่าฉ้อโกงประชาชน ฟอกเงิน และลักลอบเล่นการพนันชกมวย โดยกลุ่มผู้ต้องหามีพฤติการณ์แบ่งหน้าที่การกระทำความผิด ซึ่งผู้ต้องหาใช้บัญชีส่วนตัวและบัญชีชมรมช่วยเหลืออาชญากรรม อันเป็นบัญชีบริจาคไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ มีเงินหมุนเวียนในระบบ และมีเงินโอนเข้าบัญชี หรือโอนออกจำนวนมาก พฤติกรรมดังกล่าวนับเป็นการกระทำที่ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย นับว่าเป็นเรื่องร้ายแรง
ประกอบกับพนักงานสอบสวนคัดค้านการปล่อยชั่วคราว อ้างว่าผู้ต้องหามีพฤติการณ์ข่มขู่ผู้เสียหายหรือพยาน อาจยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน อันเป็นการยาก ต่อการสืบสวนติดตาม ข้อเท็จจริงได้ความดังกล่าว กรณีมีเหตุอันควรเชื่อว่าหากได้รับการปล่อยชั่วคราว ผู้ต้องหาอาจจะหลบหนีหรือไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน หรือไป ก่อเหตุให้เกิดความเสียหาย ต่อการสอบสวนของพนักงานสอบสวน ในชั้นนี้จึงยังมีเหตุผลเพียงพอ ที่จะอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหา ยกคำร้อง