องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (Thai PBS หรือ ส.ส.ท.) แถลงข่าวชี้แจงประเด็นข้อสงสัยเรื่องที่ก่อนหน้านี้ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. ได้ตรวจสอบองค์กร โดยมีผู้บริหารระดับสูงของ ส.ส.ท. เข้าร่วมชี้แจง 2 ท่าน คือ นายพิเศษ จียาศักดิ์ รองผู้อำนวยการ ส.ส.ท. ด้านบริหาร และนายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ รองผู้อำนวยการ ส.ส.ท. ด้านเทคโนโลยี
เมื่อถามว่าการตรวจสอบ Thai PBS ของ สตง. มองว่าเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองหรือไม่ นายพิเศษตอบว่า สตง. มีการชี้แจงว่าช่วงตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ เพราะมีคนร้องเรียน ส่วนตัวก็มองว่าเป็นสิทธิ อยู่ในความรับผิดชอบที่ต้องทำ เพราะจริง ๆ สตง. ก็มีการตรวจสอบทุกปีอยู่แล้ว ทางเราเองก็มีคณะกรรมการตรวจสอบภายในของเราทุกปี ปีละ 3 ครั้งอยู่แล้ว
แต่ก็น่าคิดที่ว่า สตง. มีการตรวจสอบเยอะ และมีการจัดตั้งคณะกรรมการพิเศษ ซึ่งตั้งข้อสังเกตไว้ว่าการปิดตรวจค่อนข้างกระชั้นชิด และรีบออกมาแถลง ทั้งที่ชุดตรวจสอบที่ 2 ก็ยังไม่เรียบร้อย น่าสังเกตว่าเกิดความเร่งรีบอะไรขนาดนั้น ในช่วงที่ทางเรากำลังทำประชาพิจารณ์ พร้อมย้ำด้วยว่า สิ่งที่ตนเองพูดเป็นความเห็นส่วนตัว ไม่เกี่ยวข้องกับความเห็นในฐานะของ Thai PBS
ส่วนเอกสารของ สตง. ที่หลุดออกมาผ่านสื่อต่าง ๆ ทาง Thai PBS ได้รับการยืนยันหนังสือจาก สตง. เมื่อไหร่ และมองว่าเอกสารหลุดได้อย่างไร และจะมีการดำเนินการในส่วนที่ได้รับความเสียหายอย่างไร นายพิเศษตอบว่า หลังจากที่ทราบว่ามีเอกสารที่เป็นความลับหลุดออกมาในวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ได้ออกมาแถลงทันทีในวันที่ 9 ตุลาคม 2569 ว่ายังไม่ได้รับเอกสารดังกล่าว ก่อนจะได้รับเอกสารจริงในวันที่ 10 ตุลาคม 2569
ทางฝั่ง Thai PBS ต้องรักษาสิทธิในการโต้แย้ง โดยให้ทีมทำจดหมายสอบถามว่า ทำไมเอกสารหลุดออกมาก่อน เพราะเป็นข้อมูลความลับ ส่วนนี้ก็หวังว่าจะมีการตั้งกรรมการตรวจสอบดุลพินิจออกมาให้ได้
ส่วนกรณีสื่อที่มีการนำเอกสารไปเผยแพร่และแก้ไขเอกสาร นายอดิศักดิ์บอกว่า ส่วนตัวมีความเข้าใจในฐานะสื่อด้วยกัน แต่สิ่งที่ต้องการและได้บอกกับเพื่อนสื่อไว้ว่า ต้องการแค่ขอความเป็นธรรม ในกรณีที่มีข้อกล่าวหาแบบนี้ ไม่ว่าจะมาจากหน่วยงานไหนที่ทำให้ทางเราเสียหาย ก็ควรจะเปิดโอกาสให้เราได้ชี้แจง ไม่ควรที่จะนำเสนอไปเลย
ซึ่งในนามองค์กรเอง ขอยังไม่ดำเนินการอะไร แต่ในส่วนของความเสียหายรายบุคคล ที่ทำให้เกิดผลกระทบกับพนักงานที่ถูกนำชื่อไปเผยแพร่ ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละรายบุคคลไป แต่ตรงนี้ก็อยากขอความเป็นธรรมให้ผู้ที่ถูกกล่าวหาด้วย
ส่วนค่าจัดซื้อจัดจ้างพิธีกรที่มีข้อมูลว่า บางคนจ้างถึง 40,000 บาท หรือจ้างได้จำนวนเทปละหลักแสนบาท ตกเดือนละ 3-4 เทป นายอดิศักดิ์ตอบว่า อัตราค่าจ้างที่มองว่าสูงเกินไป ตนเองมองว่าอยู่ที่ตัวบุคคลว่าได้อัตราค่าจ้างสูงหรือไม่ พร้อมยกตัวอย่างอาจารย์วีระ ธีรภัทร หนึ่งในผู้ดำเนินรายการ ออกมาพูดถึงอัตราค่าจ้างว่า ตนเองเคยได้ทั้งอัตราสูงและต่ำจากที่เคยได้จาก Thai PBS ซึ่งมองว่าเรื่องนี้มันแล้วแต่สื่อและบทบาทหน้าที่ คล้ายกับการจ้างดารานำและตัวประกอบ ที่ราคาก็จะไม่เหมือนกัน
ส่วนเรื่องการจ้างงานเฉพาะเจาะจงบุคคล นายอดิศักดิ์บอกต่อว่า ในแง่ของรายการ Thai PBS ต้องการคนที่จะเป็นแม่เหล็กหรือกองหน้าเข้ามาเสริมทีม เพราะตอนนี้ที่ Thai PBS ไม่มีคนโดดเด่นมากพอ แต่กำลังอยู่ในสภาวะที่ต้องแข่งขัน จึงจำเป็นที่จะต้องดึงบุคคลมีชื่อเสียงมาทำงานกับเรา
ส่วนกรณีที่ สตง. ส่งหนังสือมาตำหนิ Thai PBS เรื่องการนำเสนอข่าวตึก สตง. ถล่ม คิดว่าเป็นการแทรกแซงสื่อหรือไม่ นายอดิศักดิ์ตอบว่า ที่ผ่านมาเคยมีลักษณะทำนองนี้อยู่เรื่อย ๆ คือ ลักษณะโทรมาขอไม่ให้นำเสนอข่าว แต่ในเรื่องของการทำเอกสารส่งหนังสือลักษณะนี้เป็นครั้งแรกที่เคยเจอ ซึ่งปกติหากจะมีการแทรกแซงสื่อเขาก็คงจะไม่ทำกัน
แต่เมื่อ Thai PBS ได้รับหนังสือ ทางเราได้ตั้งเรื่องเพื่อตรวจสอบทันที และได้ตอบกลับทาง สตง. ไปว่า ไม่ได้ทำผิดจรรยาบรรณ และยินดีให้ทาง สตง. ออกมาชี้แจงผ่านรายการ แต่ทาง สตง. ไม่ได้ตอบรับการมาชี้แจง ซึ่งก็ถือว่าเรื่องนี้จบไป ที่ผ่านมา Thai PBS ถูกติดต่อเข้ามาเรื่อย ๆ แต่ไม่ได้ป่าวประกาศออกไป ดังนั้น จึงไม่ทราบว่าเอกสารออกมาได้อย่างไร
เมื่อถามถึงเรื่องของการเบิกค่าเดินทางซ้ำซ้อนของผู้บริหารชุดก่อน ๆ ทั้งที่มีรถประจำตำแหน่งอยู่แล้ว ทางผู้บริหารชุดใหม่ยังใช้แนวทางเดิมอยู่หรือไม่ นายอดิศักดิ์ยืนยันว่า ไม่ได้มีการเบิกเพิ่ม แต่มีค่าประจำตำแหน่งอยู่แล้ว ซึ่งในระเบียบการใช้รถไม่ได้มีข้อห้ามในเรื่องนี้ และไม่มีใครมีรถประจำตำแหน่งเลย ทั้งนี้ ส่วนตัวก็ไม่รู้เรื่องระเบียบนี้มาก่อน เพราะเรามาจากเอกชน แต่พอรู้มีข้อห้ามเราก็ไม่ทำ
สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างบริษัท PNY Production ที่ก่อนหน้านี้มีการพบการจัดซื้อจัดจ้างกับบริษัทนี้ยาวนานถึง 9 ปี นายพิเศษบอกว่า ช่วงที่ชุดบริหารชุดใหม่เข้ามาในปี 2568 ได้มีการยกเลิกจ้างบริษัทนี้ไปแล้ว จึงไม่เข้าใจว่าจะนำเรื่องในอดีตมาพิจารณาตอนนี้ทำไม
อย่างไรก็ตาม เราได้ดำเนินการตรวจสอบการดำเนินการกับบริษัทนี้ ทราบว่าเป็น outsource หรือบริษัทร่วมผลิต เป็นลักษณะวิเคราะห์ข่าวการเมืองและเศรษฐกิจ 2 รายการ โดยจะใช้อุปกรณ์ของทางบริษัททั้งหมด และนำคอนเทนต์สมบูรณ์มาให้กับทางช่อง และจากการตรวจสอบ ไม่พบความเสียหายและการทุจริต ทางบริษัทส่งงานครบ และเป็นไปตามที่ TOR กำหนดไว้
นายอดิศักดิ์บอกเพิ่มเติมว่า ที่ สตง. ตั้งข้อสังเกตว่าทำไมต้องมีการจ้างบริษัทข้างนอกมาทั้งที่มีบุคลากรของตัวเองอยู่แล้ว มองว่าเป็นดุลพินิจ เพราะบางครั้งบุคลากรงานล้นมือ จึงจำเป็นต้องให้บริษัทนอก อย่างส่วนของฝ่ายข่าวที่ทำรายการเองก็มีค่าใช้จ่ายไม่ต่างกัน
ส่วนเรื่องอัตราบุคลากร นายพิเศษเผยว่า โครงสร้างอัตรากำลังกำลังดูอยู่ เพราะภารกิจเราเยอะ แต่ละสำนักก็มีภารกิจเยอะมาก 24 สำนัก และกระจายตามศูนย์ต่างจังหวัด หากถามว่าอัตรากำลังมีความเหมาะสมหรือไม่ เรากำลังพิจารณาอยู่
เราต้องการประหยัด กำลังปรับและพิจารณาให้เหมาะสม ซึ่งเป็นสิ่งที่เรากำลังจะทำ ส่วนอัตรากำลังหรือโครงสร้าง บอกว่าระบบ HR ทุกท่านจะทราบตั้งแต่รับสมัครงานเข้ามา ทั้งค่าตอบแทน สวัสดิการต่าง ๆ มันมีขั้นตอนอยู่แล้ว
หลังจากนี้ หาก สตง. มีการพิจารณาครบทั้งหมด 3 กรณีแล้ว และมีการส่งหนังสือกลับมาให้กับทาง Thai PBS นายพิเศษบอกว่า ถ้าเกิดว่าเห็นหนังสือแล้วทางเราไม่เห็นด้วยก็ขอคัดค้าน และจะมีการชี้แจง พร้อมกับดำเนินการตรวจสอบในรูปแบบของเรา ซึ่งเชื่อว่าการตรวจสอบของเราทาง สตง. คงไม่ก้าวล่วง