วันนี้ (15 ตุลาคม 2569) เวลา 08.00 น. เครือข่ายประชาชนต่อต้านธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (People’s Network Against World Bank-IMF) เคลื่อนขบวนจากบริเวณแยกศุลกากร มุ่งหน้าไปยังศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งเป็นสถานที่จัดการประชุมประจำปีของธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ เพื่อแสดงจุดยืนคัดค้านการประชุมและผลกระทบที่มีต่อประชาชน
นายพชร คำชำนาญ กล่าวปราศรัยบนรถระหว่างเคลื่อนขบวนว่า ผู้ชุมนุมเดินทางมาจากทั่วประเทศ ตั้งแต่ภาคเหนือจรดภาคใต้ และจากภาคตะวันออกถึงภาคตะวันตก โดยถูกคุกคาม พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนช่วยกันจับตาการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งมีหน้าที่อำนวยความสะดวกให้ผู้ชุมนุมสามารถเคลื่อนขบวนได้ โดยต้องไม่มีการปิดกั้นเส้นทาง การใช้ความรุนแรง การพูดจายั่วยุ หรือเหตุรุนแรงเช่นที่เคยเกิดขึ้นระหว่างการประชุมเอเปค พร้อมยืนยันว่า การชุมนุมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อคัดค้านการประชุมที่สร้างผลกระทบต่อประชาชน
นายพชรกล่าวด้วยว่า “World Bank เป็นอาชญากรระหว่างประเทศ” โดยมองว่าการดำเนินงานขององค์กรดังกล่าวทำให้ประชาชนต้องกู้หนี้ยืมสิน และก่อให้เกิดภาระหนี้สาธารณะที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงรัฐบาล แต่ท้ายที่สุดอาจผลักภาระมาให้ประชาชนต้องรับผิดชอบ ทั้งในรูปแบบการขึ้นภาษีและการปรับขึ้นราคาน้ำมัน
ด้านนายจำนงค์ หนูพันธ์ กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้ระบอบสีน้ำเงินสร้างความเจ็บช้ำให้แก่ประชาชน ซึ่งเป็นเจ้าภาพในการจัดการประชุมครั้งนี้ พร้อมคัดค้านการเข้ามาของทุนต่างชาติและธนาคารโลกในประเทศไทย โดยเรียกร้องไม่ให้มีการทำลายสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และวิถีชีวิตของประชาชนไทย
นายจำนงค์กล่าวต่อว่า ผู้แทนจากกว่า 190 ประเทศที่เข้าร่วมการประชุมควรรับรู้ว่า ระบอบสีน้ำเงินกำลังทำให้ประชาชนได้รับความเสียหายจนสิ้นเนื้อประดาตัว โดยระบุว่าประชาชนกำลังประสบความยากลำบากในการดำรงชีวิตอยู่แล้ว จึงไม่ควรเปิดทางให้ทุนต่างชาติเข้ามาแสวงหาประโยชน์จากประเทศเพิ่มเติม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างเคลื่อนขบวน กลุ่มผู้ชุมนุมเดินทางมาถึงบริเวณแยกถนนพระรามที่ 4 ซึ่งก่อนหน้านี้มีการตกลงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าจะปักหลักชุมนุมบริเวณด้านหลังป้อมตำรวจ อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้ชุมนุมยังมุ่งหน้าไปยังศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และเดินเข้าไปบริเวณแนวกั้น ทำให้ผู้กำกับสถานีตำรวจนครบาลท่าเรือประกาศแจ้งเตือนว่า การชุมนุมดังกล่าวกำลังขัดขวางการจราจร และอาจเข้าข่ายฝ่าฝืนประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การกำหนดสถานที่ตามมาตรา 8 (5) แห่งพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 พร้อมชูป้ายแจ้งเตือนผู้ชุมนุม
ทั้งนี้ การจราจรบริเวณถนนพระรามที่ 4 ค่อนข้างติดขัด เนื่องจากมีการปิดกั้นเส้นทาง ก่อนที่ท้ายที่สุดกลุ่มผู้ชุมนุมจะถอยกลับไปอยู่ในบริเวณที่ได้ตกลงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้