IMF ชี้เอเชียขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกถึง 68% เร่งใช้ AI รับมือสังคมสูงวัย ดันการค้าในภูมิภาค
IMF เตือนเอเชียเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ชู AI เพิ่มผลิตภาพ รับมือสังคมสูงวัย-ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เปิดตัวรายงาน Shaping the Future of Asia ในกรุงเทพฯ ชี้เอเชียมีส่วนขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจโลกถึง 68% ในปีนี้ พร้อมเตือนภูมิภาคกำลังเผชิญความท้าทายสำคัญ ทั้งสังคมสูงวัย การเปลี่ยนแปลงจากเทคโนโลยี AI และความเสี่ยงจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ แนะเร่งเพิ่มผลิตภาพแรงงาน ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และกระชับความร่วมมือทางการค้า เพื่อรักษาการเติบโตในระยะยาว
IMF ชี้ 3 โจทย์ใหญ่ เอเชียต้องเร่งปรับตัว
คริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund: IMF) ระบุว่า เอเชียเป็นเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจโลก โดยตั้งแต่ปี 1990 ภูมิภาคมีส่วนสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจทั่วโลกเกือบ 2 ใน 3 ขณะที่สัดส่วนประชากรที่อยู่ในภาวะยากจนสุดขีดลดลงจากมากกว่า 25% เหลือต่ำกว่า 5%
อย่างไรก็ตาม เอเชียกำลังเผชิญ 3 ความเปลี่ยนแปลงสำคัญ ได้แก่
- สังคมสูงวัย
- การเข้ามาของ AI
- การเปลี่ยนแปลงของระบบการค้าโลก
โดย IMF คาดว่า ภายในปี 2050 ประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปในเอเชียจะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 20%
IMF ประเมินว่า AI จะช่วยเพิ่มการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศพัฒนาแล้วในเอเชียได้ 0.5-1% ต่อปี และประเทศกำลังพัฒนาได้ 0.2-0.8% ขณะที่การลดอุปสรรคทางการค้าและยกระดับความร่วมมือในภูมิภาค อาจช่วยเพิ่ม GDP ของเอเชียได้ราว 1.8% ในระยะยาว
Krishna Srinivasan ผู้อำนวยการฝ่ายเอเชียและแปซิฟิกของ IMF กล่าวว่า การเติบโตของเอเชียในอดีตมาจากการลงทุน การขยายตัวของกำลังแรงงาน และการเปิดเสรีทางการค้า โดยช่วงปี 1995-2024 ภูมิภาคมีสัดส่วนการลงทุนเฉลี่ย 27% ของ GDP และกำลังแรงงานเพิ่มขึ้นมากกว่า 1,000 ล้านคนในช่วงปี 1990-2020
พร้อมระบุว่า หากเอเชียเพิ่มอัตราการเติบโตของผลิตภาพรวมปัจจัยการผลิต (TFP) ได้ 0.8% จะสามารถชดเชยผลกระทบจากสังคมสูงวัยได้ทั้งหมด สะท้อนความจำเป็นในการยกระดับประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจ ท่ามกลางข้อจำกัดด้านแรงงานที่เพิ่มขึ้น
IMF แนะดึงแรงงานเข้าระบบ เพิ่มการค้าในเอเชีย
Nigel Clarke รองกรรมการผู้จัดการ IMF ระบุว่า ความสำเร็จของเอเชียเกิดจากการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจจากภาคเกษตรกรรมสู่อุตสาหกรรมและบริการที่มีผลิตภาพสูง ควบคู่กับการลงทุนด้านการศึกษา โครงสร้างพื้นฐาน และการเชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานโลก
สำหรับการรับมือสังคมสูงวัย ประเทศในเอเชียควรเพิ่มการมีส่วนร่วมของแรงงาน โดยเฉพาะผู้หญิง พร้อมยกตัวอย่างญี่ปุ่นที่ปรับปรุงระบบดูแลเด็กและสิทธิการลา ส่งผลให้อัตราการมีส่วนร่วมของผู้หญิงในตลาดแรงงานเพิ่มจาก 66% ในปี 2014 เป็น 76% ในปี 2024
ขณะเดียวกัน การค้าในภูมิภาคยังมีช่องว่างให้ขยายตัว โดยการค้าสินค้าขั้นสุดท้ายภายในเอเชียมีสัดส่วนเพียง 30% เทียบกับยุโรปที่ 60% หากอาเซียน 11 ประเทศเพิ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจให้ลึกซึ้งขึ้น อาจช่วยเพิ่ม GDP ได้สูงถึง 4%
เกาหลีใต้เตือนฟองสบู่ AI เสนอใช้รายได้แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง
Changyong Rhee ผู้ว่าการธนาคารกลางเกาหลีใต้ กล่าวว่า บทเรียนสำคัญจากวิกฤตการเงินเอเชียปี 1997 คือการเร่งปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจและภาคการเงิน ซึ่งช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับระบบเศรษฐกิจของประเทศ
สำหรับกระแส AI Changyong เตือนว่า แม้การลงทุนในเทคโนโลยีจะสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ แต่ยังต้องระวังความเสี่ยงจากฟองสบู่ เนื่องจากการเพิ่มผลิตภาพอย่างแท้จริงอาจต้องใช้เวลานาน
เกาหลีใต้ยังได้รับประโยชน์จากความต้องการเซมิคอนดักเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับ AI โดยเสนอให้พิจารณานำรายได้จากภาษีลาภลอยของธุรกิจที่ได้รับประโยชน์จากกระแส AI มาแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น ค่าที่อยู่อาศัยและค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันอัตราการเกิดของประชากร
ไทยเร่งใช้ AI เพิ่มผลิตภาพ ดัน SMEs สร้างงานคุณภาพ
วิรไท สันติประภพ ประธานมูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) และอดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การเติบโตของเศรษฐกิจไทยในอดีตมาจากนโยบายส่งเสริมการส่งออก การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ โดยเฉพาะพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก (Eastern Seaboard) รวมถึงความเข้มแข็งของสถาบันเศรษฐกิจและการเปิดเสรีทางการค้า
สำหรับทิศทางเศรษฐกิจไทยในอนาคต เสนอให้เร่งนำเทคโนโลยีและ AI มาเพิ่มผลิตภาพในภาคส่วนที่มีประสิทธิภาพต่ำแต่เกี่ยวข้องกับประชาชนจำนวนมาก เช่น เกษตรกรรม การศึกษา และบริการสาธารณะ ควบคู่กับการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของ SMEs ซึ่งเป็นแหล่งจ้างงานสำคัญของประเทศ
วิรไท ยังเน้นว่า ไทยต้องให้ความสำคัญกับการสร้างงานที่ดีจำนวนมาก ไม่ใช่มุ่งเพียงการเติบโตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและบริการระดับสูง เนื่องจากธุรกิจเหล่านี้ไม่ได้สร้างการจ้างงานในวงกว้างโดยอัตโนมัติ พร้อมเสนอให้เร่งลงทุนด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เช่น ระบบชลประทานและระบบเตือนภัย เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อประชาชนกลุ่มเปราะบาง
อินเดียชูปฏิรูปเศรษฐกิจ ลดกฎระเบียบหนุน SMEs
V. Anantha Nageswaran ที่ปรึกษาหลักทางเศรษฐกิจของรัฐบาลอินเดีย กล่าวว่า การปฏิรูปเศรษฐกิจตั้งแต่ปี 2014 ทั้งกฎหมายล้มละลาย ภาษีสินค้าและบริการ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลภาครัฐ มีส่วนสนับสนุนการเติบโตของอินเดียในช่วงหลังโควิด-19
สำหรับระยะต่อไป อินเดียเสนอให้กำหนดนโยบายให้เหมาะสมกับระดับการพัฒนาของแต่ละรัฐ โดยรัฐที่มีความพร้อมมุ่งสู่อุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูง ขณะที่รัฐที่กำลังพัฒนาเน้นอุตสาหกรรมและบริการที่ใช้แรงงานเข้มข้น
นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับทักษะอาชีพและลดกฎระเบียบที่ไม่จำเป็น เพื่อลดต้นทุนการดำเนินธุรกิจของ SMEs และเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนขยายกิจการและจ้างงานได้มากขึ้น
ภูมิรัฐศาสตร์เสี่ยงฉุดเศรษฐกิจ เอเชียต้องเร่งจับมือ
IMF และผู้ร่วมเสวนาเห็นตรงกันว่า ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และแนวโน้มกีดกันทางการค้าที่เพิ่มขึ้น เป็นความเสี่ยงสำคัญต่อเศรษฐกิจเอเชียในระยะยาว
ประเทศในภูมิภาคจึงจำเป็นต้องเพิ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจ สนับสนุนระบบการค้าพหุภาคีที่เปิดกว้างและอิงกฎเกณฑ์ พร้อมเร่งปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจภายในประเทศ ทั้งด้านผลิตภาพ เทคโนโลยี ตลาดแรงงาน และการค้า เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน และสร้างการเติบโตที่ทั่วถึงและยั่งยืนในระยะยาว
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB