จากกรณีที่เมืองพัทยา อ.บางละมุง ได้เปลี่ยนสีเสื้อจักรยานยนต์รับจ้าง จากเดิมสีส้มเป็นสีน้ำเงิน นั้น ผู้สื่อข่าว PPTV สอบถามไปยัง นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน หรือ ศวปถ. ระบุว่า การเลือกใช้สีเสื้อสำหรับผู้ขับขี่บนท้องถนน โดยเฉพาะในเวลากลางคืน มีผลอย่างมากต่อการมองเห็นและการตอบสนองของผู้ใช้รถใช้ถนน ซึ่งตามมาตรฐานความปลอดภัย สีที่ได้รับการแนะนำและยอมรับให้ใช้เพื่อการมองเห็นที่เด่นชัดมีอยู่ 2 กลุ่มหลัก
กลุ่มแรก คือ สีเขียวมะนาว เขียวเหลือง เป็นสีมาตรฐานที่นิยมใช้ในรถพยาบาลฉุกเฉินและรถตำรวจในต่างประเทศ เช่น ยุโรปและอังกฤษ
กลุ่มที่สอง คือ สีส้ม ซึ่งเป็นสีสะดุดตาทั้งกลางวันและกลางคืน การทำงานของดวงตามนุษย์ในเวลากลางคืน จะใช้เซลล์รับแสงที่เรียกว่า เซลล์รูปแท่ง ซึ่งจะไวต่อแสงสว่างสีอ่อน เช่น สีขาวและสีเหลือง
หากเปลี่ยนไปใช้ สีโทนเข้มอย่างสีน้ำเงิน ระยะการมองเห็นในเวลากลางคืนจะลดลงอย่างน่ากังวล
นพ.ธนะพงศ์ ยกตัวอย่างว่า ไฟหน้ารถปกติสามารถส่องสว่างมองเห็นได้ในระยะประมาณ 30 เมตร แต่ถ้าคนขับวินรับจ้างสวมเสื้อสีเข้ม คนขับขี่รถยนต์จะสังเกตเห็นว่ามีรถจักรยานยนต์อยู่ข้างหน้า ระยะอาจเหลือเพียง 20 เมตรเท่านั้น
และยกตัวอย่างให้เห็นภาพมากขึ้น หากรถยนต์ขับมาด้วยความเร็ว 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตัวรถจะเคลื่อนที่ไปข้างหน้าถึง 22 เมตรในทุก ๆ 1 วินาที หมายความว่า หากสังเกตเห็นเสื้อสีเข้มในระยะ 20 เมตร ผู้ขับขี่จะเหลือเวลาตัดสินใจและแตะเบรกไม่ถึง 1 วินาที ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุพุ่งชนจากด้านหลังอย่างรุนแรง
นพ.ธนะพงศ์ ระบุว่า หากทางพื้นที่ยังคงนโยบายเดินหน้าใช้เสื้อวินสีน้ำเงินเพื่อภาพลักษณ์ ควรมีมาตรการเสริมด้านความปลอดภัยเพิ่มเติมอย่างเร่งด่วน เช่น ติดแถบสะท้อนแสงบนตัวเสื้อวินให้ชัดเจนทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ติดสติ๊กเกอร์สะท้อนแสง เพิ่มเติมที่ตัวรถจักรยานยนต์และหมวกกันน็อกของผู้ขับขี่
สำหรับประเด็นด้านข้อกฎหมายว่าการเปลี่ยนสีเสื้อจักรยานยนต์รับจ้างในพื้นที่เมืองพัทยาผิดกฎหมายหรือไม่ นพ.ธนะพงศ์ ให้ความเห็นว่า ประกาศกรมการขนส่งทางบก ระบุว่า เสื้อจักรยานยนต์รับจ้างไม่จำเป็นต้องเป็นสีส้มทั่วประเทศเสมอไป แต่มุ่งเน้นการกำหนดสัญลักษณ์หรือหมวดหมู่สังกัดที่ชัดเจน