พลตำรวจโทนพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง นำกำลังตำรวจบุกทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซนเตอร์และเว็บพนันออนไลน์รายใหญ่ของจีน เข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 3 จุด ย่านพระราม 9 และย่านสายไหม เช่าบ้านหรูกลางกรุงเป็นฐานปฏิบัติการหลอกลวงเหยื่อ มูลค่าความเสียหายหลายร้อยล้านบาท
หนึ่งในเป้าหมายสำคัญคือบ้านหรู 2 ชั้น ย่านสายไหม มูลค่า 30-40 ล้านบาท จากการเข้าตรวจค้นสามารถจับกุมผู้ต้องหาสัญชาติจีน 11 คน
ตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ 58 เครื่อง ซิมการ์ดโทรศัพท์ของประเทศมาเลเซีย 100 ซิม คอมพิวเตอร์ 10 เครื่อง ไอแพด 1 เครื่อง ซึ่งเครือข่ายนี้ทำสแกมเมอร์หลอกคนจีนด้วยกัน และทำเว็บพนันออนไลน์รายใหญ่ของประเทศจีน ชื่อเครือข่าย “หงก้วน”
ปฏิบัติการครั้งนี้ ชุดสืบสวน ตม. ขยายผลหลังได้รับข้อมูลเชิงลึกจากนายหลิว ชาวจีนที่เป็นเหยื่อ ถูกหลอกให้ไปทำงานกับแก๊งคอลเซนเตอร์ชาวจีนกลุ่มนี้ ซึ่งใช้บ้านหรูหลังนี้เป็นฐานที่ตั้ง โดยนายหลิวเข้าไปทำงานเพราะเข้าใจว่าไปเป็นแอดมิน เงินเดือนเดือนละ 80,000 บาท โดยไม่รู้ว่าต้องเข้าไปทำงานเกี่ยวกับสิ่งผิดกฎหมาย
แต่เมื่อรู้ว่าถูกหลอกให้มาทำงานจึงหนีออกมาและมาแจ้งข้อมูลกับตำรวจ จากนั้นตำรวจใช้เวลาเกือบ 2 เดือนในการสืบสวน จนนำมาสู่การเปิดปฏิบัติการ 2 จุดในวันนี้
พลตำรวจโทนพศิลป์ระบุว่า จากการเข้าตรวจค้นพบผู้ต้องหาชาวจีน 11 คน หนึ่งในจำนวนนี้อยู่ในประเทศไทยเกินกำหนด 5 คน และจากการตรวจสอบประวัติการเดินทาง พบว่าเข้าประเทศไทยตั้งแต่ปี 2568 เดินทางมาจากโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม และมารวมตัวกันที่ประเทศไทย
โดยเช่าบ้านหลังนี้ 80,000 บาทต่อเดือน ตั้งแต่เดือนเมษายน 2569 จึงเชื่อว่าเข้ามาพบปะกันเมื่อปี 2568 และรวมตัวกันเริ่มปฏิบัติการตั้งฐานกระทำความผิด โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานก่ออาชญากรรมหลอกลวงคนจีน
จากการตรวจสอบพบข้อมูลอีกว่า ผู้ต้องหาชาวจีน 5 คน ขอวีซ่านักเรียนเข้ามาในไทย ซึ่งได้สั่งการให้ชุดสืบสวน ตม. ตรวจสอบไปยังสถานศึกษาว่าเข้าเรียนจริงหรือไม่
ส่วนขบวนการนี้เป็นแก๊งพนันออนไลน์รายใหญ่ของจีน หลอกลวงคนจีนด้วยกัน มูลค่าความเสียหายหลายร้อยล้านบาท ซึ่งจากหลักฐานทางโทรศัพท์และคอมพิวเตอร์ พบลักษณะการหลอกลวงออนไลน์ และทำเป็นคอลเซนเตอร์ส่วนหนึ่งด้วย
ส่วนผู้ต้องหาชาวจีน 11 คน รวมถึงแอดมินที่เป็นชาวจีน เชื่อว่ารู้จักกันมาก่อน และถูกชักชวนจากประเทศจีนให้มาทำงานในไทย เพราะพบร่องรอยหลักฐานการเดินทางมาจากเวียดนามพร้อมกัน
ด้านพันตำรวจโทสิทธิมณ สร้อยภู่ระย้า สารวัตรสอบสวน กองบังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ระบุว่า จากหลักฐานที่เข้าตรวจสอบ พบว่าผู้ต้องหาแบ่งกันทำงานเป็นกะ กะแรกช่วง 11.00-21.00 น. และอีกกะช่วง 21.00-08.00 น. ซึ่งการตรวจค้นวันนี้ ฝ่ายสืบสวนแกะรอยข้อมูลจากหลักฐาน พบเว็บไซต์พนันออนไลน์ชื่อ “หงก้วน” เป็นเว็บการพนันของจีน
และยังพบว่ามีผู้ต้องหา 1 คน มีหมายจับของทางการจีนในข้อหาเกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ และอีก 1 คน มีหมายจับของทางการไทยเกี่ยวกับคดียาเสพติดด้วย โดยผู้ต้องหาชาวจีนคนนี้อยู่ในประเทศไทยเกินกำหนด 200 วัน
ส่วนเหยื่อที่เข้ามาทำงานและหลบหนีมาให้ข้อมูลกับตำรวจ พบว่าถูกข่มขู่จากบอสชาวจีนของเครือข่ายนี้ว่า หากไม่ยอมทำงานจะทำร้ายร่างกายและฆ่า ทำให้เหยื่อคนนี้อาศัยจังหวะช่วงพาออกไปซื้อของหลบหนีออกมา
ช่วงหนึ่ง พลตำรวจโทนพศิลป์ได้สอบปากคำนายฟู่ อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาที่เป็นบอสชาวจีน โดยให้ดูหมายจับของทางการจีนในคดีเว็บพนันออนไลน์ นายฟู่ยอมรับว่าเป็นหมายจับของตนเอง แต่ไม่ทราบว่าหมายจับนี้ออกมาเมื่อไร และอ้างว่าเดินทางเข้ามาในประเทศไทยได้กว่า 1 ปีแล้ว ส่วนเว็บไซต์หงก้วนที่เป็นเว็บพนันออนไลน์ นายฟู่อ้างว่า ตนเองไม่ทราบ และยังอ้างว่าไม่รู้จักกับผู้ต้องหาคนอื่น ๆ ในบ้าน
ขณะที่นายหาน ผู้ต้องหาอีกหนึ่งคนที่มีหมายจับในคดียาเสพติดของประเทศไทย ผู้ต้องหาคนนี้มีพฤติการณ์วิ่งหนีเจ้าหน้าที่ขณะเข้าจับกุมด้วย อ้างว่าที่ถูกออกหมายจับครั้งนั้น ตนเองกำลังเสพยาอยู่ที่ห้องพัก ส่วนเครือข่ายที่ถูกจับกุมวันนี้ ตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการนี้
นายหานยังอ้างอีกว่า ตนเองไม่ได้พักอาศัยอยู่ที่นี่ แต่ขับรถมาดูเพราะมีคนบอกว่ามีตำรวจจับคนจีนที่บ้านหลังนี้ และขณะกำลังจะขับรถกลับบ้านเจอตำรวจพอดี ยืนยันว่าไม่ได้หนีและไม่รู้จักใครที่นี่
เมื่อถามว่ารู้จักเว็บหงก้วนหรือไม่ นายหานตอบว่า ไม่รู้จัก ตนเองอาศัยอยู่ในประเทศไทย ไม่ได้ทำงานอะไร ซึ่งก่อนหน้านี้เคยเป็นไกด์ แต่ตอนนี้ไม่มีงานทำ และอ้างว่าไม่เคยทำและไม่รู้จักเว็บพนันออนไลน์