ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการตำรวจน้ำ (บก.รน.) ร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมข่าวทหารเรือ (ขว.ทร.) ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาสัญชาติ ไทย 4 ราย และสัญชาติกัมพูชา 1 ราย บริเวณแม่น้ำเวฬุ อ.เขาสมิง จ.ตราด
ประกอบด้วย นายสราวุธฯ อายุ 40 ปี สัญชาติไทย, นายสมส่วนฯ อายุ 23 ปี สัญชาติไทย, นายฉัตรชัยฯ อายุ 48 ปี สัญชาติไทย, นายณรงค์ศักดิ์ฯ อายุ 55 ปี สัญชาติไทย และ นาย KIM TIN อายุ 34 ปี สัญชาติกัมพูชา
พร้อมด้วยของกลางในคดี ประกอบด้วย 1.เครื่องกระสุนปืนอาก้า (AK 47) (ขนาด 7.62 มม.) จำนวน 31,680 นัด บรรจุอยู่ในกล่องเหล็กจำนวน 44 กล่อง แต่ละกล่อง บรรจุกล่องละ 720 นัด 2.เครื่องกระสุนปืนอาก้า (AK 47) (ขนาด 7.62 มม.) จำนวน 200 นัด และวัตถุคล้ายแท่งดินส่ง บรรจุในท่อ PVC กว้างประมาณ 2 นิ้ว ยาวประมาณ 12 นิ้ว สีเขียว จำนวน 3 แท่ง บรรจุอยู่ในกล่องเหล็กจำนวน 1 กล่อง 3.ยานพาหนะ เรือยนต์สปีดโบต สีขาว ไม่มีชื่อ ไม่มีหมายเลขทะเบียน เครื่องยนต์ติดท้าย ยี่ห้อ HONDA 115 แรงม้า 2 เครื่อง จำนวน 1 ลำ 4.โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง
โดยพฤติการณ์ สืบเนื่องจากวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา มีการจับกุมเรือสปีดโบตขนอาวุธสงครามทางทะเลตราด ตำรวจน้ำบุกยึด AK-47 และเครื่องกระสุนปืนอาก้า (AK 47) จำนวนมาก ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันสืบสวนขยายผลหาข่าวในพื้นที่ หลังจากมีการจับกุมกรณีดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำแหลมงอบและเจ้าหน้าที่กรมข่าวทหารเรือ กองบัญชาการกองทัพเรือ และเจ้าหน้าที่ข่าวทัพเรือภาคที่ 1 ได้ร่วมบูรณาการออกตรวจในพื้นที่สุ่มเสี่ยง ที่คาดว่าผู้กระทำความผิดจะมากระทำความผิดซ้ำ จนได้ข้อมูลทราบว่าจะมีการนำเรือสปีดโบตออกไปรับสิ่งของกลางทะเล โดยเชื่อว่าเป็นสิ่งของผิดกฎหมาย บริเวณทะเลใกล้เกาะกูด จังหวัดตราด จากนั้นจะลำเลียงสิ่งของดังกล่าวกลับขึ้นฝั่งที่ แม่น้ำเวฬุ จังหวัดตราด ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวพื้นที่รอยต่อระหว่างจังหวัดจันทบุรีและจังหวัดตราด
ทั้งนี้จากการตรวจค้นเรือดังกล่าว พบผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย เมื่อเปิดห้องหัวเรือ พบกระสอบจำนวนหลายกระสอบพันด้วยกระดาษกาว ก่อนจะพบเครื่องกระสุนปืนอาก้าบรรจุซุกซ่อนอยู่เป็นจำนวนมาก ตามของกลางข้างต้น ก่อนนำตัวผู้ต้องหา พร้อมกับของกลางทั้งหมด นำส่งพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป. เพื่อดำเนินคดี พร้อมกับสืบสวนและขยายผลเพื่อให้ทราบถึงขบวนการและผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ตั้งแต่ต้นทาง ผู้จัดหา ผู้ว่าจ้าง ผู้ลำเลียง ตลอดจนปลายทางของอาวุธดังกล่าว เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
อย่างไรก็ตามจากการสอบปากคำเบื้องต้น นายสราวุธฯ (ผู้ควบคุมเรือ) ระบุว่า ได้รับจ้างวานจากนายดนัย ไม่ทราบนามสกุล โดยแจ้งว่าให้ขับเรือไปรับคนชาวกัมพูชาและสิ่งของโดยอ้างว่าตนไม่ทราบว่าเป็นสิ่งใด ซึ่งจะมีเรือเพลายาวไม้วิ่งมาจากฝั่งกัมพูชาเข้ามาส่งคนและสิ่งของดังกล่าว โดยจุดนัดพบอยู่บริเวณกลางทะเล ใกล้เกาะกูด จ.ตราด (ภายในน่านน้ำไทย) และเมื่อรับคนและสิ่งของเรียบร้อยให้นำเรือไปจอดที่ท่าเรือธรรมชาติ ริมแม่น้ำเวฬุ อ.เขาสมิง จ.ตราด จนกระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ทำการตรวจค้นและจับกุมไว้ได้ดังกล่าว
สำหรับการดำเนินคดีผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย ประกอบด้วย ผู้ต้องหาที่ 1 นายสราวุธฯ อายุ 40 ปี สัญชาติไทย กรณี “ร่วมกันมีเครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย , ร่วมกันครอบครองยุทธภัณฑ์ในความควบคุมประเภทอาวุธและเครื่องอุปกรณ์ของอาวุธที่ใช้ในการสงครามโดยไม่ได้รับอนุญาต , ใช้เรือที่มิได้รับใบอนุญาตใช้เรือ ตาม พ.ร.บ.เดินเรือฯ มาตรา 9 (ฉ.6) พ.ศ.2535 , ทำการในเรือในตำแหน่งที่กฎข้อบังคับสำหรับการตรวจเรือกำหนดให้ต้องมีประกาศนียบัตรรับรองความรู้ความสามารถโดยมิได้รับประกาศนียบัตร ตาม พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456 มาตรา282 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย(ฉบับที่14)
ผู้ต้องหาที่ 2 นายสมส่วนฯ อายุ 23 ปี สัญชาติไทย, ผู้ต้องหาที่ 3 นายฉัตรชัยฯ อายุ 48 ปี สัญชาติไทย และ ผู้ต้องหาที่ 4 นายณรงค์ศักดิ์ฯ อายุ 55 ปี สัญชาติไทย กรณี “ร่วมกันมีเครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย และ ร่วมกันครอบครองยุทธภัณฑ์ในความควบคุมประเภทอาวุธและเครื่องอุปกรณ์ของอาวุธที่ใช้ในการสงครามโดยไม่ได้รับอนุญาต”
และผู้ต้องหาที่ 5 นาย KIM TIN อายุ 34 ปี สัญชาติกัมพูชา กรณี “ร่วมกันมีเครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย , ร่วมกันครอบครองยุทธภัณฑ์ในความควบคุมประเภทอาวุธและเครื่องอุปกรณ์ของอาวุธที่ใช้ในการสงครามโดยไม่ได้รับอนุญาต และ เป็นบุคคลต่างด้าว เดินทางเข้ามาหรืออยู่ในราชอาณาจักรไม่ได้รับอนุญาต (พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522)”