นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีการเรียกร้องให้มีการตรวจสอบมูลนิธิองค์กรทำดี ของ "บุ๋ม ปนัดดา" ว่า ความจริงแล้วมูลนิธิและองค์กรต่าง ๆ จะมีระเบียบและข้อบังคับอยู่แล้วว่าการประชุมประจำปีหรือการส่งงบประมาณ หรือรายได้ มาจากที่ใด ตนได้ให้ทางกรมการปกครองและหน่วยงานเกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบอยู่ ซึ่งเราไม่ได้ตรวจสอบแค่มูลนิธิของบุ๋ม ปนัดดา เพียงมูลนิธิเดียว แต่จะตรวจสอบมูลนิธิอื่นด้วย เพราะมีการร้องเรียนเข้ามาเหมือนกัน
นายพลพีร์ เผยว่า ตัวเลขน่าจะถึงตนไม่เย็นวันนี้ หรือวันที่ 4 พฤศจิกายน เพราะตนอยากให้มีความรอบคอบมากที่สุด เนื่องจากเป็นมูลนิธิที่ประชาชนให้ความสนใจ ส่วนกรณีมีผู้ซื้อที่ดินให้มูลนิธินั้นจะมีการตรวจสอบด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีกระแสข่าวว่าที่ดินที่ตั้งมูลนิธิองค์กรทำดีเป็นที่ดินที่ "กัน จอมพลัง" เป็นผู้ซื้อ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร นายพลพีร์ กล่าวว่า ตนได้ยินในข่าวอย่างนั้นเหมือนกัน ขอไปดูก่อนว่าในมูลนิธินั้นมีการรับมอบที่ดินมาหรือไม่ และที่ดินที่มูลนิธิไปตั้งเป็นชื่อของใคร ตอนนี้กรมที่ดินกำลังดูอยู่ คิดว่าบ่ายวันนี้น่าจะได้คำตอบ
เมื่อถามว่า นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ เสนอว่า การตั้งมูลนิธิต่าง ๆ ควรจะเปิดเผยให้ประชาชนรับทราบ เพราะเป็นเงินที่ประชาชนบริจาคมา นายพลพีร์ กล่าวว่า ตนเห็นด้วยอยู่แล้ว เข้าใจว่าโดยหลักและความตั้งใจในการริเริ่มตั้งมูลนิธิก็ตั้งใจช่วยเหลือประชาชน
แต่การที่มาเป็นมูลนิธิหรือสมาคมซึ่งมีคนอาสามาเป็นคนกลาง เมื่อมีการรับเงินบริจาคมาจากประชาชน ประชาชนน่าจะสามารถเข้าไปดูได้ หรือตรวจสอบได้ เราคงจะทำ ขอดูระเบียบต่าง ๆ ของกรมการปกครองว่าจะสามารถแก้อะไรได้หรือไม่ สามารถแก้กฎกระทรวงได้หรือไม่
หากเป็นกฎกระทรวงจะเป็นอำนาจของ รมว.มหาดไทย แต่ถ้าเป็นพระราชกฤษฎีกาหรือพระราชกำหนด ก็ต้องใช้เวลา เนื่องจากต้องเข้าสภา ตนขอไปศึกษาตรงนี้ก่อน
ทั้งนี้ ยืนยันว่า ถ้าเป็นเงินของประชาชนที่บริจาคให้ใครเขาก็ควรจะมีสิทธิ์ที่จะเข้าไปดูได้ว่า เงินที่ตัวเองบริจาคไปนั้นไปช่วยใคร ที่ไหน เรื่องนี้เป็นข้อสงสัยของประชาชนมานาน แต่บางกรณีนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ซึ่งอาจจะชัดเกินไป เราต้องไปตรวจสอบก่อน แต่เราคงจะต้องดูด้วยว่า ผู้ร้องนั้นร้องเรื่องอะไร ยืนยันกรมการปกครองไม่มียกเว้น ตรวจสอบทั้งหมดเพื่อทำให้ประชาชนสบายใจ
เมื่อถามว่า จะสามารถควบคุมการจดทะเบียนสมาคมหรือมูลนิธิต่าง ๆ ไม่ให้จดได้ง่ายได้หรือไม่ นายพลพีร์ กล่าวว่า ตั้งแต่รัฐบาลนี้เข้ามา กฎหมายหลายเรื่องมีความล้าหลัง จึงได้กำชับกระทรวงมหาดไทยว่า กฎหมายที่อาจจะโบราณไปนิด เราควรจะมาอัปเดตหรือมาแก้ไขกันดีหรือไม่
"ต้องมองไปข้างหน้าด้วยว่าอีก 5 ปี 10 ปี จะไปตรงไหน และการแก้ไขกฎหมายอยากให้จะทำทีเดียว ไม่อยากให้คนมองว่ารัฐบาลนี้เข้ามาแก้แล้ว พอมีรัฐบาลใหม่เข้ามา อีก 2 ปี ต้องปรับปรุงแก้ไขอีก อย่างนี้ไม่เอา" นายพลพีร์ กล่าว