"ออยศรี" จี้นายกฯ สอบมูลนิธิ "บุ๋ม" ก่อนพาผู้เสียหายรายใหม่พบตำรวจ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

"ออยศรี" ยื่นหนังสือถึงนายกฯ จี้ตรวจสอบการใช้เงินบริจาคมูลนิธิองค์กรทำดี ก่อนพาผู้เสียหายรายใหม่เข้ากองปราบฯ ยันยังเคารพ “บุ๋ม ปนัดดา” เหมือนเดิม

นางสาวบุญยนุช แสงศรี หรือ “ออยศรี” เจ้าของเฟซบุ๊กแฟนเพจ “ออยศรีและผองเผือก” เดินหน้าติดตามกรณีการใช้จ่ายเงินบริจาคของมูลนิธิองค์กรทำดี ซึ่งมีนางสาวปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือ “บุ๋ม ปนัดดา” เป็นประธานมูลนิธิ โดยในวันนี้ (3 พ.ย. 2569) มีความเคลื่อนไหวทั้งการยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี และการนำพยานหลักฐานเพิ่มเติมเข้ามอบให้พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม เพื่อให้ตรวจสอบข้อสงสัยเกี่ยวกับการบริหารจัดการเงินบริจาคของมูลนิธิ

ออยศรี ช่างภาพพีพีทีวี
“ออยศรี” จี้นายกฯ สั่งสอบมูลนิธิ “บุ๋ม ปนัดดา”

โดยช่วงหนึ่ง ออยศรี พร้อมนายธนาคาร น้อยพิทักษ์ ทนายความ เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อขอให้ตรวจสอบการใช้จ่ายเงินของมูลนิธิองค์กรทำดี โดยนายธนาคารระบุว่า การยื่นหนังสือครั้งนี้เป็นการดำเนินการทางกฎหมาย เนื่องจากมองว่าเป็นเรื่องใหญ่ที่หน่วยงานรัฐควรเข้ามาตรวจสอบ หลังจากก่อนหน้านี้ได้แจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่กองบังคับการปราบปราม และพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำออยศรีไปแล้ว โดยขั้นตอนต่อไปจะมีการออกหมายเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้ามาให้ปากคำเพิ่มเติม

นายธนาคารย้ำว่า ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่จำนวนเงินบริจาคเพียง 1,000 บาท แต่ต้องตรวจสอบให้ชัดเจนว่าเงินที่ประชาชนร่วมบริจาคถูกนำไปใช้ตรงตามวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้หรือไม่ พร้อมอ้างถึงคำกล่าวของผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางที่ระบุว่า ไม่ว่าเงินบริจาคจะเป็นจำนวน 5 บาท 10 บาท 1,000 บาท หรือ 10 ล้านบาท ผู้บริจาคทุกคนถือเป็นผู้เสียหายได้ หากพบว่ามีการกระทำผิดเกิดขึ้น พร้อมระบุว่าบริษัทที่ปรึกษากฎหมายผองเผือกเปิดรับให้ความช่วยเหลือและคำปรึกษาแก่ประชาชนที่ต้องการตรวจสอบหรือดำเนินคดีเกี่ยวกับการบริจาคเงินให้มูลนิธิแห่งนี้ด้วย

ด้านออยศรีระบุว่า อยากให้สังคมมองไปที่เจตนาของผู้บริจาคและผู้รับเงิน ว่าเงินที่ได้รับถูกนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ที่เคยนำเสนอไว้หรือไม่ ไม่ใช่ให้ความสำคัญเพียงจำนวนเงินที่แต่ละคนโอน เพราะที่ผ่านมาเกิดกรณีความเสียหายจากการชักชวนบริจาคเงินจำนวนมาก ตั้งแต่หลักร้อยล้านไปจนถึงหลักพันล้านบาท จึงอยากให้เจ้าหน้าที่รัฐเข้ามาตรวจสอบทุกมูลนิธิที่รับเงินบริจาคจากประชาชน เพื่อสร้างความมั่นใจว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ถูกนำไปใช้ช่วยเหลือผู้อื่นอย่างถูกต้อง

ออยศรียังกล่าวถึงกรณีที่ผู้เสียหายบางส่วนเกิดความหวาดกลัว ไม่กล้าออกมาใช้สิทธิ หลังพบว่ามีความพยายามสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ทำงานและสถานที่เช่าของตนเอง โดยขอความร่วมมือสื่อมวลชนและผู้เกี่ยวข้องระมัดระวังการนำเสนอข้อมูลที่อาจกระทบต่อความเป็นส่วนตัวและทำให้ผู้เสียหายรายอื่นไม่กล้าออกมาให้ข้อมูล พร้อมยืนยันว่าการดำเนินการของตนเองเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ใจ และต้องการให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเท่านั้น

ส่วนกรณีที่บุ๋ม ปนัดดา ออกมาเคลื่อนไหวและเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับก๊อต หรืออธิป สามีของตนเองนั้น ออยศรีระบุว่า ได้ติดตามคำให้สัมภาษณ์แล้ว โดยมองว่าคำชี้แจงดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าบุ๋มรับทราบแล้วว่ามีเงินของมูลนิธิถูกนำออกไป ซึ่งก่อนหน้านี้เคยยืนยันว่าเงินบริจาคทุกบาททุกสตางค์ยังอยู่ครบ และมีไว้เพื่อช่วยเหลือประชาชน อย่างไรก็ตาม การกระทำดังกล่าวจะเข้าข่ายความผิดทางอาญาหรือทางแพ่งหรือไม่นั้น ต้องรอให้กระบวนการยุติธรรมตรวจสอบและพิสูจน์ข้อเท็จจริงตามพยานหลักฐาน

เมื่อถูกถามว่าการที่บุ๋มเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับสามี เป็นการตัดตอนความรับผิดหรือไม่ ออยศรีระบุว่า เป็นเรื่องที่ประชาชนอาจมีข้อสงสัยได้ พร้อมมองว่าสิ่งที่บุ๋มควรทำคือเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อต่อสู้และพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง ส่วนกรณีที่สามีออกมาระบุว่าเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องที่เกิดขึ้นเพียงคนเดียวนั้น ออยศรีมองว่าเป็นไปได้ยากที่บุคคลเพียงคนเดียวจะรับผิดชอบทั้งหมด แต่จะมีการพูดคุยหรือตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้หรือไม่ ตนเองไม่สามารถตอบแทนได้

พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า การบริหารจัดการเงินในระดับมูลนิธิ โดยเฉพาะการเบิกจ่ายเงินเพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างต่าง ๆ ควรมีระบบตรวจสอบที่ชัดเจน ทั้งสัญญาว่าจ้าง เอกสารการเบิกจ่าย และใบเสร็จรับเงิน จึงยังมีข้อสงสัยว่าเหตุใดเอกสารสำคัญเหล่านี้จึงไม่มี

ต่อมาในเวลา 11.50 น. ออยศรี พร้อมทนายวิน เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามอีกครั้ง เพื่อนำพยานหลักฐานเพิ่มเติมมามอบให้ประกอบสำนวนคดี พร้อมพาผู้เสียหายรายใหม่อีก 1 ราย เข้าให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน โดยผู้เสียหายรายดังกล่าวระบุว่ามีการโอนเงินบริจาคในช่วงเดือนกรกฎาคม 2568 แต่ยังไม่ขอเปิดเผยจำนวนเงิน

สำหรับประเด็นที่มีผู้สอบถามว่า วันนี้ตั้งใจเดินทางมาเพื่อพบกับบุ๋ม ปนัดดาหรือไม่นั้น ออยศรียืนยันว่าไม่ได้มีเจตนามาพบเป็นการส่วนตัว แต่เดินทางมาเพื่อพาผู้เสียหายรายใหม่เข้าให้ข้อมูลและนำหลักฐานเพิ่มเติมส่งมอบให้ตำรวจเท่านั้น อย่างไรก็ตาม หากมีโอกาสพบกันก็พร้อมยกมือไหว้ทักทายตามปกติ เพราะยังคงให้ความเคารพและเรียกบุ๋มว่า “พี่” เช่นเดิม พร้อมส่งกำลังใจให้อีกฝ่ายได้ใช้กระบวนการยุติธรรมพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง

ทั้งนี้ ออยศรียังเปิดเผยว่า อยู่ระหว่างรวบรวมผู้เสียหายที่เคยบริจาคเงินให้มูลนิธิองค์กรทำดีเพิ่มเติม เพื่อทยอยเดินทางเข้าให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน โดยยอมรับว่าผู้เสียหายบางส่วนยังไม่กล้าเปิดเผยตัวตน เพราะกังวลว่าจะได้รับผลกระทบต่อชื่อเสียงและถูกกระแสสังคมโจมตี พร้อมย้ำว่าไม่ต้องการให้เรื่องนี้จำกัดอยู่เพียงการตรวจสอบมูลนิธิองค์กรทำดี แต่ต้องการให้มีการตรวจสอบการรับบริจาคของทุกมูลนิธิด้วย

ส่วนการยื่นเรื่องต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) นายธนาคารระบุว่า เนื่องจากนายสนธิญา สวัสดี ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนไปก่อนหน้านี้แล้ว จึงไม่มีความจำเป็นต้องยื่นซ้ำซ้อน เพราะข้อมูลจะถูกรวมอยู่ในสำนวนเดียวกัน ขณะที่ในวันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายนนี้ ตนเองและออยศรีมีกำหนดเข้าพบคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เพื่อติดตามและตรวจสอบเรื่องดังกล่าวต่อไป

บุ๋ม ปนัดดา ช่างภาพพีพีทีวี
“ออยศรี” จี้นายกฯ สั่งสอบมูลนิธิ “บุ๋ม ปนัดดา”

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

EXCLUSIVE Talk คุยข้ามช็อต

EXCLUSIVE Talk คุยข้ามช็อต

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ