ทีมสอบสวนโรค สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร เปิดเผยกับทีมข่าวพีพีทีวี เคสผู้ป่วยเชื่อมโยงจากคลัสเตอร์งานปาร์ตี้ 2 งาน ทั้งในกลุ่มดีเจและผู้ประกาศ ซึ่งมีจำนวนเกือบ 100คน และยังมีอีกส่วนหนึ่งที่อยู่ระหว่างรอผลตรวจและสังเกตอาการว่าจะติดเชื้อหรือไม่
สำหรับการตรวจเชิงรุกจากงานปาร์ตี้ทั้ง 2 งานดังกล่าว พบกลุ่มเสี่ยงโดยส่วนใหญ่เป็นคนใกล้ชิดและบุคคลในครอบครัว ซึ่งทางทีมสืบสวนโรคได้แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มผู้ป่วยที่ติดเชื้อแล้ว 2.กลุ่มผู้สัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงสูง และ3.กลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ โดยทีมสอบสวนโรคเชื่อว่าจะมีจำนวนไม่เกินไปกว่า 100 คน เพราะขณะนี้สามารถติดตามตัวกลุ่มเสี่ยงทั้ง 3 กลุ่มได้ครบถ้วนหมดแล้ว และทุกคนยินดีที่จะให้ข้อมูลแก่ทีมสอบสวนโรคทั้งหมด
ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่าส่วนใหญ่เป็นคนที่มีฐานะ จึงสามารถไปตรวจเชื้อโควิดเองที่โรงพยาบาลได้ทันที หลังจากทราบว่ามีคนใกล้ชิดติดเชื้อโควิดแล้ว ซึ่งทางโรงพยาบาลก็จะรายงานโดยตรงมาที่กรุงเทพมหานครทันทีที่พบว่าบุคคลในกลุ่มดังกล่าวติดเชื้อ จึงทำให้สามารถติดตามตัวบุคคลใกล้ชิดได้อย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม จากการสืบสวนโรคพบว่า ในช่วงแรกผู้ป่วยมีความลับอะไรบางอย่างที่ไม่สามารถเปิดเผยกับทีมสอบสวนโรคได้ จึงเป็นเหตุทำให้เกิดการปกปิดข้อมูล และต้องใช้เวลาในการติดตามข้อมูลเพิ่มเติมมากขึ้น รวมทั้งต้องมีการพูดคุยกับผู้สัมผัสเสี่ยงมากขึ้นด้วย แต่ทีมสอบสวนโรคก็เข้าใจถึงสาเหตุที่ไม่อาจเปิดเผยรายละเอียดได้ทั้งหมด เพราะอาจส่งผลกระทบต่ออาชีพการงานและบุคคลในครอบครัว
ส่วนกรณีกระแสข่าวดราม่าที่ว่า ทีมสอบสวนโรคมีการโทรศัพท์ไปสอบถามข้อมูลผู้ป่วยซ้ำซ้อนกันหลายครั้ง จนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของเจ้าหน้าที่ แหล่งข่าวเปิดเผยโดยยอมรับว่าการสอบสวนโรคมีทั้งหมด 3-4 หน่วยงาน ซึ่งอาจจะมีการโทรซ้ำซ้อนกันบ้าง และเป็นเหตุทำให้ผู้ป่วยหงุดหงิด พร้อมกับขอโทษในเรื่องนี้ด้วย