นายเอ (นามสมมติ) เล่าว่า ภรรยาตนทำงานอยู่ในโรงงานดังกล่าว ซึ่งในโรงงานมีพนักงานประมาณ 13,000 คน ตอนนี้ได้สั่งหยุดกิจการชั่วคราวโดยให้แรงงานต่างด้าวที่มีอยู่ประมาณ 3,600 คน กักตัวในโรงงาน 28 วัน ส่วนคนไทยให้ออกมากักตัวในที่พักโดยจะมีเจ้าหน้าคอยตรวจเช็คทุกวัน โดยก่อนหน้านี้ช่วงวันที่ 12-13 พ.ค. ทราบข่าวว่ามีพนักงานในโรงงานติดเชื้อโควิด-19 แต่โรงงานก็ยังไม่มีคำสั่งหรือมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดใด ๆ ออกมา
แม้ชาวบ้านจะกดดันและเรียกร้องให้โรงงานปิดทำการเพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อแพร่กระจายแต่โรงงานก็ไม่ปิด จนเมื่อคืนที่ผ่านมามีคำสั่งด่วนออกมาเพื่อขอปิดกิจการชั่วคราว
โดยนายเอ ยอมรับว่า ตอนนี้ตนเองและชาวบ้านที่อยู่อาศัยใกล้กับโรงงานรู้สึกกังวลและต้องกลายเป็นกลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะภรรยาตนที่ทำงานอยู่ในโรงงานต้องไปสัมผัสจุดเสี่ยงหลายจุด เช่น โรงอาหารในช่วงพักกลางวันมีพนักงานมารวมตัวกันรับประทานอาหาร ห้องล็อกเกอร์เก็บของก่อนเข้าทำงาน และจุดสแกนนิ้วและบริเวณประตูโรงงาน ที่ในช่วงเข้างานและเลิกงานจะมีพนักงานมารอสแกนนิ้วค่อนข้างแออัด
หลังจากที่โรงงานได้ประกาศหยุดกิจการชั่วคราวได้ออกมาตรการช่วยเหลือพนักงานโดยยืนยันว่าจะยังจ่ายเงินเดือนตามปกติตลอดระยะเวลาการกักตัว รวมทั้ง มีอาหารและน้ำดื่ม 3 มื้อ ส่งให้ถึงห้องพักพนักงานทุกคน ซึ่งขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับอาหารสักมื้อ ก็ต้องหากินเองไปก่อน ส่วนภรรยาก็ต้องกักตัวอยู่บ้าน และยังไม่ได้ตรวจหาเชื้อโควิด -19 หลังได้รับแจ้งว่าคิวตรวจเต็มแล้วในวันนี้
ด้านอัครพล หนึ่งในชาวบ้านพื้นที่ชุมชนเขาย้อย หลังทราบข่าวถึงการแพร่ระบาดโควิดในโรงงานแห่งนี้ ได้พยายามออกมาสื่อสารโดยการไลฟ์เฟซบุ๊กคอยแจ้งข่าวให้กับประชาชนในพื้นที่ได้ทราบ และเปิดเผยกับทีมข่าวทางโทรศัพท์ว่า ก่อนหน้านี้เขาทราบข่าวว่ามีพนักงานติดเชื้อโควิด19 ช่วงกลางเดือน พ.ค.และยังไปทำงานอยู่ 1 วัน ก่อนมาทราบผลตรวจช่วงเย็นหลังเลิกงาน ซึ่งสาเหตุของการแพร่ระบาดอาจมาจากระบบการจัดการของโรงงานที่เป็นระบบปิด บุคคลภายนอกหรือหน่วยงานไม่สามารถเข้าไปภายในได้ จนเกิดคลัสเตอร์ใหม่ในโรงงาน ซึ่งตนเคยเข้าไปในโรงงานก่อนการแพร่ระบาดโควิด19 โดยด้านในจะมีโรงงานย่อยอีกหลายสิบโรงงาน ทำให้ได้เห็นวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของพนักงานโรงงานที่ค่อยข้างแออัด โดยเฉพาะจุดเสี่ยงที่มีการรวมตัวกันจำนวนมากเช่นการใช้ห้องน้ำและกินข้าวในโรงอาหารรวมกัน
ายอัครพล ยังบอกอีกว่า ตอนนี้สิ่งที่ประชาชนในพื้นที่คือข่าวสารที่แจ้งความคืบหน้าแบบเรียลไทม์และแม่นยำจากหน่วยงานรัฐ เพราะตอนนี้ชาวบ้านรับรู้เพียงข่าวสารในช่องทางออนไลน์ที่ส่งต่อ ๆ กันเท่านั้น ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนเกรงว่าอาจเกิดการสับสนและเข้าใจผิดได้ นอกจากนี้ยังต้องการจุดบริการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วย เพราะตอนนี้มีเพียงรถพระราชทานคันเดียวที่มาให้บริการ ซึ่งไม่เพียงต่อความต้องการของกลุ่มเสี่ยงทั้งพนักงานในโรงงานและประชาชนในพื้นที่ที่มีอยู่จำนวนมาก