โควิด-19 ไทยแนวโน้มสูงขึ้น! ปี 2569พบผู้ป่วยสะสมกว่า 9.4 หมื่นราย เสียชีวิต 14 ราย

โดย PPTV Online

เผยแพร่

กรมควบคุมโรคเผยโควิด-19 สายพันธุ์ NB.1.8.1ครองพื้นที่กว่า 50% ยังไม่พบหลักฐานทำโรครุนแรงขึ้น กราฟผู้ป่วยแนวโน้มเพิ่มขึ้นล่าสุดป่วยสะสมกว่า 9.4 หมื่นราย เสียชีวิต 14 ราย

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เผยสายพันธุ์โรคโควิด-19 (ข้อมูล ณ วันที่ 24 พ.ค. 2569) ระบุในช่วงปีที่ผ่านมา คือสายพันธุ์ NB.1.8.1 เป็นสายพันธุ์หลัก แต่ยังไม่พบหลักฐานว่าทำให้เกิดการกระจายของโรคอย่างรวดเร็วหรือโรครุนแรงมากขึ้น สถานการณ์โรคโควิด-19 ในประเทศไทย เนื่องจาก NB.1.8.1 เป็นสายพันธุ์ที่แตกแขนงจาก JN.1 ขึ้นแท่นสายพันธุ์หลักครองพื้นที่กว่า 50.95% เผยแม้กลายพันธุ์จุดโปรตีนหนามทำให้หลบภูมิและแพร่ง่ายขึ้น แต่ยังไม่มีหลักฐานทำโรครุนแรง

 

โควิด-19 ไทยแนวโน้มสูงขึ้น กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
โควิด-19 ไทยแนวโน้มสูงขึ้น

ปัจจุบันพบว่าข้อมูลล่าสุดสัปดาห์ที่ 35 (ระหว่างวันที่ 23–28 ส.ค. 69) ผู้ป่วยรายใหม่ 11,451 ราย แบ่งเป็นผู้ป่วยนอก 10,774 ผู้ป่วยใน 677 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 2 ราย สะสมเยอะสุดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พบในกลุ่มวัยทำงานอายุตั้งแต่ 20–39 ปี ขณะที่พบผู้ป่วยสะสม (1 ม.ค. 69–28 ส.ค. 69) 94,402 ราย ผู้เสียชีวิตสะสม 14 ราย โดยกราฟไต่สูงขึ้นตามลำดับ
สอดคล้องกับ โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล อัปเดตสถานการณ์โควิด-19 ณ ตอนนี้ ในไทยยังทรงตัว ไม่น่ากังวล สิ่งที่ควรให้ความสำคัญในขณะนี้ คือการดูแลสุขภาพและป้องกันตัวเอง เนื่องจากเรากำลังเข้าสู่ช่วงการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ซึ่งเป็นฤดูกาลปกติที่โรคระบบทางเดินหายใจต่าง ๆ จะกลับมาระบาดได้ง่ายขึ้น

รับมืออย่างไรเมื่อเริ่มมีอาการ?

  • สังเกตอาการของตัวเองว่ามีอาการดังต่อไปนี้หรือไม่ มีไข้สูง ปวดเมื่อย เจ็บคอ มีน้ำมูก ไอ หายใจหอบ หรือสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่เป็นโควิดมา
  • หากมีอาการ หรือเป็นกลุ่มเสี่ยงให้ทำการตรวจด้วยให้ใช้ชุดตรวจแบบรวม (โดยมากจะเป็น COVID-19 ไข้หวัดใหญ่ A/B + RSV) ถ้าผลเป็นบวกให้ปฏิบัติตนต่อไปนี้
  • ทำการแยกตัวเอง หลีกเลี่ยงการอยู่ร่วมและสัมผัสกับผู้อื่น สวมหน้ากากอนามัย รักษาความสะอาด ล้างมือบ่อย ๆ แยกของใช้ส่วนตัว ที่สำคัญให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หรือผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ ให้จำไว้เสมอว่า “เราปลอดภัย คนรอบข้างปลอดภัย”
  • สำหรับคนปกติทั่วไปให้พักผ่อนมาก ๆ กินยาลดไข้ ดูแลตัวเอง จนอาการดีขึ้น โดยปกติจะใช้เวลาประมาณ 3–5 วัน อาการจะดีขึ้นตามลำดับ
  • หากมีอาการรุนแรง หรือไม่ดีขึ้น แนะนำให้ไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน

การป้องกันตัวเอง

  • ใส่หน้ากากอนามัยเมื่อจำเป็น เมื่ออยู่ในที่แออัด อากาศไม่ถ่ายเท (เช่น บนรถไฟฟ้า ตลาดนัดในร่ม) หรือเมื่อต้องไปในสถานที่ที่คนเยอะ ๆ
  • ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะก่อนกินอาหารและหลังสัมผัสจุดที่คนจับเยอะ ๆ
  • เน้นอากาศถ่ายเท หากอยู่ในห้องแอร์นาน ๆ ควรเปิดประตูหน้าต่างระบายอากาศบ้าง เลี่ยงการอยู่ในที่แออัดเป็นเวลานาน

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ