นพ.ฒัชชณพงศ์ จงเจริญยานนท์ แพทย์เฉพาะทางโรคระบบทางเดินหายใจและเวชบำบัดวิกฤตในเด็ก โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท เจ้าของเพจ หมอม็อด หมอเด็กขอเล่า ระบุว่า ช่วงนี้พบเด็กป่วยโควิด-19 และไข้หวัดใหญ่กันจำนวนมาก ขณะที่ RSV กำลังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และอาจแซงขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ได้ในเร็ว ๆ นี้ ผู้ปกครองจึงควรเพิ่มความระมัดระวังและช่วยลดโอกาสที่ลูกจะสัมผัสเชื้อ โดยสามารถทำได้ด้วย 5 วิธีสำคัญ ดังนี้
เลี่ยงสถานที่แออัดและพื้นที่ที่เด็กเล่นรวมกัน
ช่วงที่โรคทางเดินหายใจกำลังระบาด ควรเลี่ยงการพาลูกไปยังสถานที่ที่มีคนจำนวนมากหรือมีเด็กมารวมตัวกัน เช่น บ้านบอล เพลย์กรุ๊ป สนามเด็กเล่นในร่ม หรือสถานที่ที่มีเด็กใช้ของเล่นร่วมกันจำนวนมาก แม้ลูกจะไม่ได้เล่นใกล้ชิดกับเด็กที่ป่วยโดยตรง ก็ยังมีโอกาสติดเชื้อจากของเล่น โต๊ะ เก้าอี้ หรือสิ่งของที่มีคนสัมผัสต่อ ๆ กันได้
เมื่อเด็กจับสิ่งของเหล่านี้แล้วนำมือมาจับหน้า ขยี้ตา จับจมูก หรือเอามือเข้าปาก เชื้อก็มีโอกาสเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายขึ้น ดังนั้น หากสามารถหลีกเลี่ยงสถานที่แออัดในช่วงที่มีการระบาดได้ ก็ช่วยลดโอกาสที่ลูกจะสัมผัสเชื้อได้
เด็กอายุเกิน 2 ปี ออกนอกบ้านให้ใส่หน้ากาก
โดยเฉพาะเมื่อพาลูกไปโรงเรียน ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล หรือสถานที่ปิดที่มีคนจำนวนมาก หากลูกสามารถใส่หน้ากากได้ ควรฝึกให้ใส่เมื่อออกไปในพื้นที่ที่มีคนเยอะ ลองนึกถึงช่วงโควิด-19 ที่ทุกคนใส่หน้ากากกันอย่างจริงจัง ซึ่งในช่วงนั้นพบว่าเด็กป่วยด้วยโรคทางเดินหายใจกันน้อยลงอย่างชัดเจน
เชื้ออย่างโควิด-19 ไข้หวัดใหญ่ และ RSV สามารถแพร่ผ่านสารคัดหลั่งจากทางเดินหายใจได้ การใส่หน้ากากจึงช่วยลดโอกาสรับเชื้อเข้าสู่จมูกและปาก รวมถึงช่วยลดการแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่นได้ด้วย
ล้างมือบ่อย ๆ และฝึกลูกไม่เอามือเข้าปาก
เด็ก ๆ ต้องสัมผัสของเล่น โต๊ะ ลูกบิดประตู และสิ่งของต่าง ๆ ที่คนอื่นอาจสัมผัสต่อกัน หากมีเชื้อติดอยู่บนมือ แล้วเด็กเผลอนำมือมาจับหน้า ขยี้ตา จับจมูก หรือเอามือเข้าปาก ก็มีโอกาสนำเชื้อเข้าสู่ร่างกายได้ นอกจากฝึกให้ลูกล้างมือเป็นนิสัยแล้ว ผู้ปกครองอาจใช้วิธีสนุก ๆ เพื่อช่วยฝึกลูกไม่เอามือเข้าปาก เช่น หากวันนี้ทำได้ ให้ดาว 1 ดวง สะสมครบ 10 ดวงแล้วมีรางวัลเล็ก ๆ ให้
ขณะเดียวกัน พ่อแม่ก็ควรล้างมือเช่นกัน โดยเฉพาะหลังกลับจากข้างนอก และก่อนอุ้ม ป้อนอาหาร หรือสัมผัสใบหน้าของลูก ควรล้างมือก่อนทุกครั้ง เรื่องง่าย ๆ เหล่านี้ หากทำจนเป็นนิสัย ก็ช่วยลดโอกาสการส่งเชื้อไปสู่ลูกได้
งดหอม งดจุ๊บเด็กเล็ก
ผู้ใหญ่ที่ติดเชื้อบางครั้งอาจมีอาการเพียงเล็กน้อย เช่น คันคอ มีน้ำมูก หรือบางคนแทบไม่มีอาการจนไม่รู้ว่าตัวเองกำลังมีเชื้ออยู่ แต่หากเข้าไปหอม จูบ หรืออยู่ใกล้ใบหน้าของลูกมาก ๆ ก็มีโอกาสส่งเชื้อให้เด็กได้ โดยเฉพาะเด็กเล็ก หากติดเชื้ออย่าง RSV ไข้หวัดใหญ่ หรือโควิด-19 อาการอาจรุนแรงกว่าผู้ใหญ่ได้ ช่วงนี้หากใครเริ่มไม่สบาย มีอาการไอ จาม น้ำมูกไหล หรือเจ็บคอ ควรงดหอมและงดจูบเด็ก รวมถึงล้างมือก่อนสัมผัสเด็กทุกครั้ง
เริ่มป่วยแล้ว งดไปโรงเรียนก่อน
หากลูกเริ่มมีไข้ ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ หรือดูไม่สบาย ควรให้พักอยู่บ้านก่อน ไม่ควรฝืนไปโรงเรียนหรือเนิร์สเซอรี่ เนื่องจากในช่วงที่กำลังป่วย ลูกสามารถแพร่เชื้อให้เพื่อนและคุณครูได้ง่าย ขณะเดียวกันร่างกายที่กำลังฟื้นตัวก็อาจไปรับเชื้อตัวอื่นเพิ่ม ทำให้อาการหนักขึ้นกว่าเดิมได้ ควรให้ลูกพักผ่อนอย่างเพียงพอ รับประทานอาหารและดื่มน้ำให้เพียงพอ รอจนกว่าอาการจะดีขึ้น ไม่มีไข้ และพร้อมกลับไปทำกิจกรรมตามปกติ จึงค่อยกลับไปโรงเรียน
การให้ลูกพักเต็มที่ นอกจากช่วยลดการแพร่เชื้อให้ผู้อื่นแล้ว ยังช่วยลดโอกาสที่ลูกจะไปรับเชื้ออื่นเพิ่มด้วย
ตรวจไม่เจอ ไม่ได้แปลว่าไม่ติดเชื้อ
เด็กส่วนใหญ่ที่ติดเชื้อไวรัส หากมีอาการไม่รุนแรง สามารถพักผ่อนและรักษาตามอาการที่บ้านจนหายได้เอง หากพ่อแม่ต้องการทราบว่าลูกติดเชื้ออะไร หรือพี่น้องติดเชื้อชนิดเดียวกันหรือไม่ ปัจจุบันมีชุดตรวจน้ำมูกที่สามารถตรวจเองที่บ้านได้
แต่ควรจำไว้ว่า “ตรวจไม่เจอ” ไม่ได้แปลว่า “ไม่ติดเชื้อ” เพราะอาจตรวจเร็วเกินไป หรือการแหย่ตรวจอาจทำได้ไม่ดีพอ หากอาการไม่ดีขึ้น หรือผู้ปกครองไม่แน่ใจว่าควรดูแลลูกอย่างไร แนะนำให้พาลูกไปพบแพทย์เพื่อประเมินอาการอย่างเหมาะสม