นพ.ฒัชชณพงศ์ จงเจริญยานนท์ แพทย์เฉพาะทางโรคระบบทางเดินหายใจและเวชบำบัดวิกฤตในเด็ก โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท เจ้าของเพจ หมอม็อด หมอเด็กขอเล่า ระบุว่าเด็กอายุน้อยกว่า 2 ขวบ ไม่แนะนำให้ใส่หน้ากากอนามัย แล้วเวลาออกนอกบ้าน พ่อแม่จะป้องกันลูกติดเชื้อยังไง? ซึ่งก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า เด็กเล็กที่ “ไม่แนะนำให้ใส่หน้ากากอนามัย” ไม่ได้หมายความว่า หากใส่เพียงช่วงสั้น ๆ แล้วจะเกิดอันตรายขึ้นมาทันที
หากมีความจำเป็นต้องใส่หน้ากากในช่วงเวลาสั้น ๆ และมีผู้ใหญ่คอยดูแลอยู่ตลอด ก็ไม่ได้ถึงกับต้องกังวลมากเกินไป แต่เด็กวัยนี้ยังเล็ก หากหน้ากากเลื่อน อุดกั้น หรือทำให้หายใจลำบาก เด็กยังไม่สามารถช่วยเหลือตัวเอง ถอดหน้ากากออกเอง หรือบอกผู้ใหญ่ได้ดีเหมือนเด็กโต เพราะฉะนั้นจึงไม่แนะนำให้เด็กวัยนี้ใส่หน้ากากต่อเนื่องเป็นเวลานาน หรือใส่โดยไม่มีผู้ใหญ่คอยดูแล
หากหน้ากากไม่ใช่วิธีหลักสำหรับเด็กวัยนี้ จะป้องกันการติดเชื้อได้อย่างไร?
สิ่งที่สามารถทำได้คือ “ลดโอกาสเจอเชื้อโรค” โดยเฉพาะการหลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีเด็กจำนวนมากและมีการใช้ของเล่นร่วมกัน เช่น บ้านบอล เพลย์กรุ๊ป หรือคาเฟ่เด็ก เนื่องจากเด็กวัยนี้เห็นอะไรก็จับ เมื่อจับแล้วก็มักนำมือเข้าปาก บางครั้งของเล่นก็อาจถูกนำเข้าปากโดยตรง ดังนั้น หากเป็นช่วงที่มีการระบาดของโรคมาก สถานที่ลักษณะดังกล่าว หากลดได้ก็ควรลด
ไม่จำเป็นต้องห้ามลูกออกจากบ้าน เพียงเลือกสถานที่ที่คนไม่แน่น และลดการใช้ของร่วมกับผู้อื่น การไม่พาลูกไปเจอเชื้อโรคจำนวนมากตั้งแต่แรก ก็เป็นวิธีป้องกันที่ง่ายที่สุด
ล้างมือเป็นประจำ ช่วยลดโอกาสรับเชื้อ
อีกเรื่องที่ทำได้ง่าย ๆ คือ “ล้างมือ” โดยพยายามทำให้เป็นนิสัย ทั้งการล้างมือหรือใช้แอลกอฮอล์ตามความเหมาะสม และพ่อแม่ควรทำให้ลูกเห็นบ่อย ๆ เด็กก็จะค่อย ๆ เรียนรู้และทำตาม นอกจากนี้ เวลาออกไปข้างนอก หากเลือกได้ แนะนำให้ลูกอยู่กับของใช้ของตัวเองมากกว่า เช่น นั่งรถเข็นเด็กของตัวเอง หรือใช้เก้าอี้พกพาของตัวเอง เพราะอย่างน้อยพ่อแม่สามารถรู้ได้ว่าของเหล่านั้นสะอาดแค่ไหน
วิธีนี้ดีกว่าการให้เด็กไปนั่งเก้าอี้หรือจับของส่วนกลาง ซึ่งเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าก่อนหน้านี้มีใครมานั่ง มาจับ หรือมีอาการป่วยอยู่หรือไม่
หมอม็อด ย้ำว่าแม้เด็กเล็กจะไม่สามารถใส่หน้ากากอนามัยได้ ก็ไม่ได้แปลว่าเราจะไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อให้ลูกได้เลย การลดการพาเด็กไปในสถานที่เสี่ยง ล้างมือเป็นประจำ และลดการสัมผัสของใช้ร่วมกับผู้อื่น เพียงเท่านี้ก็สามารถช่วยลดโอกาสที่เด็กจะรับเชื้อได้มากขึ้น