นักวิเคราะห์คาดกนง.ขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% ในการประชุมเดือนมี.ค.


โดย PPTV Online

เผยแพร่




นักวิเคราะห์จากสำนักวิจัยธนาคารไทยพาณิชย์ และ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา คาดว่ากนง.จะขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% ในการประชุมเดือนมี.ค.

SCB EIC คาด กนง. มีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องในเดือน มี.ค. และ พ.ค. ครั้งละ 0.25% และจะคงดอกเบี้ยที่ 2% ตลอดปีนี้ เพื่อให้นโยบายการเงินกลับสู่ระดับที่เหมาะสม เช่นเกียวกับกลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา แต่เห็นต่างกัน คาดดอกเบี้ยจะอยู่ที่ 1.75% ตลอดทั้งปี 

กนง. เห็นว่าการทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างต่อเนื่องสู่ระดับที่เหมาะสมกับการขยายตัวของเศรษฐกิจอย่างมีเสถียรภาพในระยะยาวอย่างค่อยเป็นค่อยไปจึงเป็นแนวทางการดำเนินนโยบายที่สอดคล้องกับแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ

ส่อง 27 หุ้นได้ประโยชน์ แนวโน้มขึ้นดอกเบี้ยชะลอตัว

กนง.มีมติเอกฉันท์ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ชี้แนวโน้มเงินเฟ้อทรงตัวระดับสูง

 

 

 

กนง. มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปี จาก 1.25% เป็น 1.5% ต่อปี 

เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชนจะได้รับแรงส่งต่อเนื่องจากการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีน ขณะที่การส่งออกสินค้าชะลอตัวในปีนี้ แต่จะกลับมาขยายตัวดีขึ้นในปีหน้าตามแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ปรับดีขึ้น

สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มลดลง แต่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานยังทรงตัวในระดับสูง และมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากแรงกดดันเงินเฟ้อด้านอุปสงค์ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

กนง. ประเมินเศรษฐกิจไทยขยายตัวต่อเนื่องและมีแนวโน้มดีขึ้น

ภาคการท่องเที่ยวจะฟื้นตัวเร็วขึ้นตามการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการจ้างงานและการกระจายรายได้ของลูกจ้างในภาคบริการและผู้ประกอบอาชีพอิสระที่มีจำนวนมาก รวมทั้งเป็นแรงส่งต่อเนื่องไปยังการบริโภคภาคเอกชน

ขณะที่การส่งออกสินค้ามีแนวโน้มชะลอลงในปีนี้ แต่จะฟื้นตัวในปี 2024 ตามแนวโน้มเศรษฐกิจโลก โดยเศรษฐกิจโลกมีความเสี่ยงด้านต่ำลดลง ตามแนวโน้มเศรษฐกิจของประเทศเศรษฐกิจหลักรวมถึงจีนที่ปรับดีขึ้น

กนง. คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มลดลง แต่ยังต้องติดตามความเสี่ยงเงินเฟ้อจากแรงกดดันด้านอุปสงค์ที่อาจเพิ่มขึ้น
แรงกดดันเงินเฟ้อด้านอุปทานทยอยคลี่คลายตามราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์โลกที่ปรับลดลง แต่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานคาดว่าจะทรงตัวในระดับสูงอีกระยะหนึ่งก่อนจะทยอยปรับลดลง

ขณะที่อัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ระยะปานกลางยังยึดเหนี่ยวอยู่ในกรอบเป้าหมาย อย่างไรก็ดี อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานมีความเสี่ยงที่จะอยู่ในระดับสูงนานกว่าคาดจากการส่งผ่านต้นทุนที่อาจเพิ่มขึ้น เนื่องจากผู้ประกอบการเผชิญภาวะต้นทุนสูงต่อเนื่อง อีกทั้ง การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวจะส่งผลให้แรงกดดันเงินเฟ้อด้านอุปสงค์เพิ่มขึ้น

กนง. ประเมินว่า ระบบการเงินโดยรวมมีเสถียรภาพ แต่ภาวะการเงินผ่อนคลายลดลง

ความสามารถในการชำระหนี้ของภาคธุรกิจและภาคครัวเรือนมีแนวโน้มปรับดีขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ แต่ฐานะการเงินของผู้ประกอบการ SMEs และครัวเรือนบางส่วนยังเปราะบางและอ่อนไหวต่อค่าครองชีพและภาระหนี้ที่สูงขึ้น โดยต้นทุนการกู้ยืมของภาคเอกชนปรับสูงขึ้นสอดคล้องกับอัตราดอกเบี้ยนโยบายและการสิ้นสุดมาตรการปรับลดอัตราเงินนำส่งกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF fee) แต่ปริมาณสินเชื่อและการระดมทุนในตลาดตราสารหนี้ยังขยายตัว

ขณะที่ค่าเงินบาทปรับแข็งค่าขึ้น ตามการคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่ชะลอลง และการผ่อนคลายมาตรการการเดินทางของจีนที่จะส่งผลบวกต่อการท่องเที่ยวไทย

ด้านกลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ประเมินว่าการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินในครั้งต่อไปจะเกิดขึ้นวันที่ 29 มีนาคม 2566 ขณะที่ กนง. ระบุว่าสถานการณ์การเงินของผู้ประกอบการ SMEs และภาคครัวเรือนบางส่วนยังคงมีความเปราะบางและอ่อนไหวต่อภาวะค่าครองชีพและภาระหนี้ที่สูงขึ้น พร้อมทั้งยังระบุถึงความเสี่ยงที่มากขึ้นของภาวะเงินเฟ้อ และยังย้ำถึงการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายสู่ระดับปกติที่เหมาะสมอย่างค่อยเป็นค่อยไป

ดังนั้น คาดการณ์ว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่ระดับ 1.75% สำหรับการประชุมในเดือนมีนาคมเพื่อสร้างขีดความสามารถในการปรับนโยบาย (policy space) หากจำเป็นในอนาคต ก่อนจะตรึงไว้ที่ระดับดังกล่าว

อย่างไรก็ดี จากท่าทีของกนง.ในวันนี้ เราประเมินว่ามีความเสี่ยงด้านสูงมากขึ้นสำหรับดอกเบี้ยนโยบายของไทย

 

ข่าวที่คุณอาจพลาด

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP หุ้น-การลงทุน

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ