แกร็บ ประเทศไทย ตั้งเป้าปี 66 เห็นสัญญาณบวกหลังโควิดหวังพลิกกลับมีกำไร


โดย PPTV Online

เผยแพร่




แกร็บ ประเทศไทย เปิดแผนธุรกิจปี 66 เห็นสัญญาณบวกหลังโควิดหวังพลิกกลับมีกำไร ภายในสิ้นปี 2023 พร้อมลุย 4 ธุรกิจหลัก

หลังสถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลาย นายวรฉัตร ลักขโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย มองว่า เห็นสัญญาณบวกและแนวโน้มการเติบโตอย่างมีนัยยะสำคัญทุกธุรกิจของแกร็บประเทศไทย ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับเศรษฐกิจภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 

BEM แจงยิบประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม ยันไม่ล็อกสเปก เผยเหตุขอเงินรัฐ 9 หมื่นล้าน

CPN ปักธงปีนี้โต 30% ทุ่ม 1.2 หมื่นล้าน ผุดอสังหาฯใหม่ ที่ดินแยกพระราม9 - พหลโยธิน 24

โดยผลประกอบการของ แกร็บ ไตรมาส 4/2022 l ขาดทุนลดลง 51%  ขณะที่ภาพรวมเติบโต 16% ส่วนของรายได้รวมอยู่ที่ 112% โดยแกร็บตั้งเป้าว่าจะต้อง  กลับมามีผลกำไรให้ได้ภายในสิ้นปีนี้  (2023)

 

ที่เห็นชัดเจนคือ บริการการเดินทาง และธุรกิจเรียกรถ (Mobility)  มียอดกลับมาใช้บริการเดินทางมากกว่าช่วงก่อนโควิด-19 โดยเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้น 152% ในปี 2022 ขณะที่การให้บริการรับส่งสนามบินเติบโต 33% (Q4 2022 / Q3 2022) 

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจเรียกรถยังมีโอกาสเติบโตได้อีกในช่วง 3 ปีจากนี้ โดยคาดว่าในปี 2025 จะขยายตัวได้ 40% จากปี 2022 

ส่วน บริการเดลิเวอรี (Deliveries) พบว่า พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป คุ้นชินกับการสั่งอาหาร แม้โควิด-19 เริ่ม คลี่คลาย ส่งผลทำให้แกร็บฟู้ดและสินค้าของใช้แบบออนดีมานด์เติบโต โดยเฉพาะในต่างจังหวัดเติบโตกว่า กทม. ถึง 3 เท่า จากการให้บริการใน 68 จังหวัดทั่วประเทศ โดยเฉพาะในจังหวัดใหญ่ๆ อย่าง เชียงใหม่ ภูเก็ต พัทยา ชลบุรี นครราชสีมา และในปีนี้ แกร็บ ประเทศไทย จะเน้นการขยายพื้นที่ในแต่ละอำเภอของจังหวัดหัวเมืองดังกล่าว โดยเทรนด์การสั่งสินค้าประเภทของสดยังมีสัดส่วน 1 ใน 3 ของสินค้าทั้งหมด

นอกจากนั้นแล้ว ยังพบว่าในปี 2022 แกร็บ เดลิเวอรี เติบโต 15% โดยการสั่งต่อออเดอร์มีปริมาณเพิ่มขึ้น 18% เมื่อเทียบกับปี 2019  ซึ่งมีผลทำให้การขาดทุนต่อออเดอร์ลดลงด้วยอย่างมีนัยยะสำคัญ ขณะที่ GrabMart เติบโต 28% 

สำหรับในปี 2566 แกร็บ ประเทศไทย มีแผนที่จะขับเคลื่อน 4 กลุ่มธุรกิจ 

บริการการเดินทาง (Mobility)

  • ยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัย พัฒนาหรืออัพเกรดเทคโนโลยีใหม่ๆ รวมไปถึงการกำหนดและควบคุมมาตรฐานการให้บริการของพาร์ทเนอร์คนขับอย่างเข้มงวด เป็นต้น
  • รุกตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเน้นยกระดับบริการเพื่อรองรับการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่คาดว่าจะเดินทางเข้ามาประเทศไทยถึง 28 ล้านคน ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ให้บริการตั้งแต่สนามบิน รวมไปถึงการพัฒนาแอปพลิเคชันให้ตอบรับการใช้งานของชาวต่างชาติ 
  • เจาะตลาดพรีเมียม ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งเซ็กเมนต์ที่มีพฤติกรรมการใช้จ่ายสูง โดยเราเตรียมส่งแคมเปญพิเศษเจาะตลาดกลุ่มนี้ พร้อมเพิ่มจำนวนพาร์ทเนอร์คนขับที่ให้บริการเรียกรถด้วยรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อให้สามารถตอบรับความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น 

บริการเดลิเวอรี (Deliveries): โดยมี 3 ไฮไลท์สำคัญ คือ

  • ตอกย้ำในด้านคุณภาพ (Quality) ของทั้งร้านอาหารบนแพลตฟอร์มและการให้บริการ โดยยังคงชูโรงซับแบรนด์ #GrabThumbsUp ที่คัดสรรและรวบรวมร้านอร่อยชื่อดังจากทั่วประเทศมาสร้างประสบการณ์ความอร่อยให้กับผู้ใช้บริการ พร้อมเตรียมเปิดตัวแคมเปญและกิจกรรมพิเศษเพื่อมัดใจผู้ใช้บริการในเร็วๆ นี้
  • เพิ่มประสิทธิภาพในการจัดส่งอาหารและสินค้า (Efficiency) ด้วยเทคโนโลยีและระบบบริหารจัดการต่างๆ เช่น การพัฒนาระบบแผนที่ และระบบคำนวณเวลารออาหาร เพื่อเพิ่มความแม่นยำ และลดเวลาในการจัดส่งสินค้า
  • เน้นสร้างฐานสมาชิกและความภักดีของผู้ใช้บริการ (Loyalty) ผ่านแพ็คเกจสมาชิก GrabUnlimited ด้วยสิทธิประโยชน์ที่เพิ่มขึ้น พร้อมกับส่วนลดที่ครอบคลุมทุกบริการของแกร็บ ตรงนี้จะเข้ามาสัดส่วนของธุรกิจมากขึ้น  เพื่อสร้าง Loyalty ให้กับลูกค้า

บริการทางการเงิน (Financial Services)  เปิดช่องทางให้ พาร์ทเนอร์คนขับ-ร้านค้า เข้าถึงโอกาสทางเงินให้กับ ไม่ว่าจะเป็น การขยายวงเงินสินเชื่อสำหรับพาร์ทเนอร์ร้านค้าสูงสุดถึง 500,000 บาท เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนให้กับผู้ประกอบการร้านอาหารในการขยายธุรกิจและเสริมสภาพคล่องหรือการขยายผลิตภัณฑ์ทางการเงินรูปแบบใหม่สำหรับพาร์ทเนอร์คนขับ อาทิ บริการสินเชื่อสำหรับผ่อนชำระสินค้าอื่นๆ เช่น ทองคำ เครื่องใช้ไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์ รวมไปถึงการนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันภัยสำหรับบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน เพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับทั้งพาร์ทเนอร์คนขับและผู้ใช้บริการ

บริการสำหรับองค์กร (Enterprise)  โดยผลักดันบริการซูเปอร์แอปสู่ภาคธุรกิจ ผ่าน Grab for Business โซลูชันที่จะช่วยบริหารจัดการทุกบริการของแกร็บสำหรับลูกค้าองค์กร ซึ่งทำให้ลูกค้าสามารถบริหารจัดการเวลา และค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมบุกตลาดโฆษณาเต็มรูปแบบ โดยชู GrabAds สื่อโฆษณามาแรงบนซูเปอร์แอปอย่าง Grab ที่จะช่วยให้นักการตลาดสามารถเจาะลึกพฤติกรรมผู้บริโภค และเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้อย่างตรงกลุ่มเป้าหมายและแม่นยำ

 

 

  

อย่างไรก็ตาม ในปี 2022 แกร็บฟู้ด ประเทศไทย มีส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ที่ 51% LINE MAN 24% ฟู้ด แพนด้า 16% โรบินฮู้ด 6% และช้อปปี้ ฟู้ด 3%

TOP หุ้น การลงทุน
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ