กนง. คงดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 2.50% แรงกดดันด้านเงินเฟ้อลดลง


โดย PPTV Online

เผยแพร่




กนง. มีมติเอกฉันท์ คงดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 2.50% หั่นเศรษฐกิจ ปี 66 เหลือโต 2.4% ขณะที่ ปี 67 คาดโต 3.2%  หากมีแรงหนุนดิจิทัลวอลเล็ต โตได้ 3.8%

นายปิติ ดิษยทัต เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) แถลงผลการประชุม กนง. ในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2566 โดย คณะกรรมการฯ มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ร้อยละ 2.50 ต่อปี โดยในการประชุมครั้งนี้ กรรมการ 1 ท่านลาประชุม

2 สินเชื่อแบงก์รัฐ ช่วยลูกหนี้นอกระบบ-เกษตรกรที่เอาที่ดินไปขายฝาก

เช็กที่นี่ วันที่ 2 โอน "เงินช่วยชาวนา" อีก 8 จังหวัดที่ไหนบ้าง

ค่าเงินบาทวันนี้แข็งขึ้น 34.68 จับตาผลประชุมดอกเบี้ย กนง.

เศรษฐกิจไทยในภาพรวมอยู่ในทิศทางฟื้นตัวต่อเนื่อง แม้ภาคการส่งออกและการผลิตที่เกี่ยวข้องชะลอลง โดยในปี 2567 และ 2568 เศรษฐกิจมีแนวโน้มขยายตัวอย่างสมดุลขึ้น จากอุปสงค์ในประเทศ การท่องเที่ยว และการฟื้นตัวของภาคการส่งออก

 

ด้านอัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มสูงขึ้นในปี 2567 ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและแรงกดดันด้านอุปทานจากปรากฏการณ์เอลนีโญ คณะกรรมการฯ ประเมินว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับปัจจุบันเหมาะสมกับบริบทที่เศรษฐกิจกำลังทยอยฟื้นตัวกลับสู่ระดับศักยภาพ เอื้อให้เงินเฟ้ออยู่ในกรอบเป้าหมายอย่างยั่งยืน เสริมสร้างเสถียรภาพเศรษฐกิจการเงินในระยะยาว และป้องกันการสะสมความไม่สมดุลทางการเงิน อีกทั้งช่วยรักษาขีดความสามารถของนโยบายการเงินในการรองรับความไม่แน่นอนในระยะข้างหน้า จึงเห็นควรให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมครั้งนี้

หั่นเศรษฐกิจ ปี 66 เหลือโต 2.4%

ขณะที่เศรษฐกิจไทย ในปีนี้ มีแนวโน้มขยายตัว2.4% จากการประชุมครั้งก่อน ที่คาดว่าจะขยายตัว 2.8% และส่วนเศรษฐกิจปี 67 จะขยายตัวและ 3.2 %  ลดลง จากการประชุมครั้งก่อนที่คาดว่าจะโตถึง 4.4% หากรวมผลจากโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ดาดว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2567 จะขยายตัว 3.8 % ลดลงจากที่ประเมินไว้ในการประชุมครั้งก่อน จะขยายตัว4.4 %

สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มอยู่ในกรอบเป้าหมาย และคาดว่าจะอยู่ที่ 1.3 % ในปี 2566 และ และ 2.0 % ในปี 2567 โดยหากรวมผลของโครงการกระเป๋าเงินดิจิทัล คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไป ในปี 2567 จะอยู่ที่ 2.2 % ลดลงจาก 2.6 % จากประมาณการครั้งก่อน อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2566 ปรับลดลงจากฐานที่สูงในปีก่อนหน้าและปัจจัยชั่วคราวโดยเฉพาะมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพด้านพลังงานและราคาอาหารสดที่ต่ำกว่าคาด 

ด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานที่ยังไม่รวมผลของโครงการกระเป๋าเงินดิจิทัลคาดว่า จะอยู่ที่ 1.3%  ในปี 2566 และ 1.2% ในปี 2567  ยังต้องติดตามความเสี่ยงจากต้นทุนราคา อาหารที่อาจปรับสูงขึ้นจากปรากฏการณ์เอลนีโญ รวมถึงความไม่แน่นอนของสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่อาจส่งผลให้ราคาพลังงานโลกปรับสูงขึ้น

รัฐบาลเมียนมา ระดมทหารนับหมื่นป้องกันเมืองหลวง

ครม.ขึ้นเงินเดือนข้าราชการ 10% ชั้นผู้น้อยสตาร์ท 18,000 บาท

เปิดสถิติหวยออกย้อนหลัง 15 ปี งวด 1 ธันวาคม

TOP หุ้น การลงทุน
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ