ตำรวจคุมตัวนักศึกษาชั้นปีที่ 3 สถาบันแห่งหนึ่งในจังหวัดอุบลราชธานี สอบปากคำเพิ่มเติม หลังก่อเหตุชิงทรัพย์สร้อยข้อมือทองคำหนัก 5 บาทไปจากร้านทองแห่งหนึ่ง โดยผู้ต้องหาให้การอ้างว่าทางบ้านยากจน ต้องหาเงินส่งเสียตัวเองเรียนหนังสือ ที่ผ่านมาลงทุนซื้อวัวและควายมาขายต่อเพื่อเอากำไร แต่ถูกโกงจนเป็นหนี้เกือบ 50,000 บาท และถูกเจ้าหนี้ตามทวง เลยตัดสินใจก่อเหตุ
ส่วนสร้อยข้อมือทองคำน้ำหนัก 5 บาท ที่ชิงมาได้นำไปขาย แล้วแบ่งเงินเป็นส่วน ๆ โดยก้อนหนึ่งฝากไว้ในธนาคารเพื่อเป็นทุนเรียนต่อ และใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ส่วนอีกจำนวน 28,000 บาท นำไปใช้หนี้ที่ยืมมาซื้อวัวและควายขายเอากำไร โดยหลังก่อเหตุก็ไปเรียนและทำตัวตามปกติ กระทั่งถูกจับได้
ระหว่างสอบปากคำผู้ต้องหา มีพระครูถิรมงคลญาณ เจ้าอาวาสวัดบ้านโนนบอน ตำบลบุ่งหวาย อำเภอวารินชำราบ เดินทางมาแจ้งความ สงสัยว่านักศึกษาคนนี้ เคยก่อเหตุลักทรัพย์ขโมยกระเป๋าสะพายใส่เงินสดกว่า 4 หมื่นบาทในกุฏิ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม เพราะเป็นคนเดียวที่เข้าไปเดินวนเวียนอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ พอรู้ข่าวว่าถูกจับตัวจึงเข้าแจ้งความกับตำรวจเพิ่มเติม
การสอบปากคำ ผู้ต้องหายอมรับว่า เป็นคนขโมยเงินพระไปจริง เพื่อนำเงินไปใช้หนี้นายทุน แต่เงินที่ได้มาไม่พอ เพราะนอกจากต้องจ่ายเงินต้นแล้ว ยังถูกเรียกเก็บดอกเบี้ยเงินที่ยืมถึงร้อยละ 20 ต่อวัน จึงตัดสินใจชิงสร้อยทองคำ เพื่อนำเงินจ่ายในส่วนที่ยังเหลืออยู่.