ศาลอาญาธนบุรีนัดอ่านคำพิพากษา คดีที่พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญาธนบุรี 2 เป็นโจทก์ฟ้อง นายอภิชัย องค์วิศิษฐ์ หรือไอซ์ หีบเหล็ก เป็นจำเลยข้อหาความผิดเกี่ยวกับเพศ ความผิดต่อเสรีภาพ และความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ
โดยตามคำฟ้องระบุว่า นายองค์วิศิษฐ์ หรือ ไอซ์ ก่อเหตุเมื่อวันที่ 23 - 24 ธ.ค.2562 ได้ใช้อาวุธปืนข่มขู่หญิงสาวคนหนึ่ง เพื่อพาไปบ้านพักในซอยเพชรเกษม 47 เขตบางแค กรุงเทพฯ เพื่อกระทำชำเรา ข่มขืนใจโดยที่ผู้เสียหายไม่ยินยอม
ทั้ง 2 ความผิดนี้ เดิมนายไอซ์ให้การต่อสู้คดี แต่ก่อนศาลนัดสืบพยาน นายไอซ์ได้ขอถอนคำให้การและให้การใหม่รับสารภาพทุกข้อหา โดยผู้เสียหายยื่นขอให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน 508,000 บาท แต่ระหว่างพิจารณา จำเลยได้โอนเงินชดใช้ให้ผู้เสียหายจำนวนหนึ่งแสนบาท ก่อนมีการตกลงกับผู้เสียหายและถอนคำร้องไป
ศาลจึงพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย รวม 11 ปี 4 เดือน โดยให้นับโทษต่อจากคดียาเสพติดที่ศาลอาญาธนบุรีได้ตัดสินไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา จำคุกนายไอซ์ในคดียาเสพติดและครอบครองอาวุธปืน 10 ปี 5 เดือน
ด้านนายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม เผยว่า การอ่านคำพิพากษาผ่านระบบทางไกลผ่านจอภาพหรือวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ไปยังเรือนจำพิเศษธนบุรี เป็นที่คุมขังจำเลยโดยไม่ได้เบิกตัวมาศาล เป็นหนึ่งในมาตรการของการป้องกันและลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ระลอกใหม่
นายไอซ์ ยังคงมีคดีที่อยู่ในการพิจารณาของศาลอาญาธนบุรี อีก 2 สำนวน คือฐานความผิดฆ่าผู้อื่นโดยทรมาน หรือทารุณโหดร้ายและหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่นเป็นเหตุให้ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยวหรือถูกกักขังถึงแก่ความตาย ร่วมกันทำให้เสียหายเคลื่อนย้ายทำลายทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งศพโดยไม่มีเหตุอันสมควร และร่วมกันลอบฝังซ่อนเร้นย้ายหรือทำลายศพ เพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย
โดยศาลอาญาธนบุรีกำหนดนัดฟังคำพิพากษาคดี 2 ในช่วงกลางเดือน ม.ค.2564 ซึ่งนายไอซ์ ให้การรับสารภาพในความผิดฐานลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพเพื่อปิดบังการตายและทำให้เสียหาย เคลื่อนย้าย ทำลาย เสื่อมค่าหรือไร้ประโยชน์ซึ่งศพ แต่ปฏิเสธข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยทรมาน หรือกระทำทารุณโหดร้าย