คลิปช่องยูทูบชื่อว่า ชาญชัย กินให้อ้วนรวย ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 3.93 แสนคน ได้มีการถ่ายทอดสด เมื่อวันที่ 20 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยเป็นกิจกรรมที่ลุงพล ได้ทำการตัดต้นไม้จำนวน 4 ต้น เพื่อปรับสภาพพื้นที่เตรียมสร้างองค์พญานาค จากคลิปจะเห็นได้ว่าลุงพลได้ใช้เลื่อยตัดไม้เป็นเวลาประมาณ 3 นาที ต้นไม้ก็ล้ม มีบรรดาเหล่ายูทูบเบอร์วิ่งมาแสดงความดีใจ พร้อมพูดเล่นกันกับลุงพลอย่างสนุก โดยต้นไม้ดังกล่าวระบุว่าเป็นต้นกระถินป่า อยู่ข้างศาลเจ้าแม่โสภีที่ตั้งเดิม
เพจชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมโดย นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ได้นำคลิปอีกที่ถ่ายทอดสดโดยช่องยูทูบ (ช่องจิมมี่เรื่องจริง) มาเผยแพร่ โดยระบุว่า บุคคลที่ร่วมตัดต้นไม้ตามคลิปนี้ ทางชมรมฯ จะส่งหลักฐานให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีอาญาทุกคน และเป็นที่มาของการแจ้งข้อกล่าวหา รวม 3 ข้อหา ในความผิด 2 พ.ร.บ. ได้แก่ พ.ร.บ.ป่าไม้ มาตรา 54 (30) ห้ามมิให้ผู้ใดก่อสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดถือหรือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่น เว้นแต่จะกระทำภายในเขตที่ได้จำแนกไว้เป็นประเภทเกษตรกรรมและรัฐมนตรีได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา หรือโดยได้รับใบอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ มาตรา 55 ผู้ใดครอบครองป่าที่ได้ถูกแผ้วถางโดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งมาตราก่อน ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคลนั้นเป็นผู้แผ้วถางป่านั้น และตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14 โดยใช้ที่ดินผิดวัตถุประสงค์ และทำให้เสื่อมเสียสภาพป่าสงวน"
ด้านนายพรพิรมณ์ อุรุแสง ผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้จังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า บ้านที่ลุงพลอาศัยอยู่ แจ้งถือครองในชื่อของนายประดิษฐ์ ตั้งแต่ปี 57 ซึ่งส่วนนี้อาจจะมีการซื้อขายไม่ถูกต้อง ก็จะตรวจสอบอีกที แต่ตรงที่ก่อสร้างพญานาค ไม่มีใครแจ้งสิทธิเป็น ผู้ครอบครอง เพราะยังไม่มีการสำรวจถือครอง ด้วยสภาพพื้นที่ไม่เหมาะที่จะถือครอง ไม่เหมาะที่จะทำเป็นที่อยู่อาศัยหรือทำการเกษตร เพราะเป็นพื้นที่ต่ำติดห้วย และไม่กว้าง ถ้ามีผู้หนึ่งผู้ใดพยายามจะครอบครอง โดยการถมที่ แผ้วถางป่า ก็จะเข้าข่ายในความผิดป่าสงวนแห่งชาติ มาตรา 14 ว่าด้วยการยึดถือครอบครอง เข้าทำประโยชน์ ก่อสร้าง ตามที่ได้แจ้งข้อหากับลุงพล
ส่วนนี้หลักฐานค่อนข้างประจักษ์ โดยที่ลุงพลมีการถมดิน เข้าไปปลูกสร้างพญานาค เมื่อมีการแจ้งข้อกล่าวหาผู้ที่บุกรุกป่าแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็จะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมาย คือการสั่งแจ้งรื้อถอนตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ ตามมาตรา 25 แจ้งผู้ครอบครองทราบให้ผู้ครอบครองรื้อถอนครั้งที่ 1 แล้วก็มีแจ้งรื้อถอนครั้งที่ 2 ถ้ายังไม่มีการรื้อถอนครั้งที่ 3 จะเป็นการแจ้งว่าเจ้าหน้าที่ จะเป็นผู้รื้อถอน ในส่วนนี้จะมีค่าเสียหายเกิดขึ้นโดยผู้ถือครองเป็นผู้จ่าย