กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เข้าจับกุมผู้ต้องหาคดีล่วงละเมิดทางเพศเด็ก โดยอ้างตัวเป็นโมเดลลิ่ง หลอกถ่ายภาพอนาจารเด็กเพื่อนำไปขายในกลุ่มลับ เบื้องต้นตรวจค้นพบของกลางเป็นภาพเด็กถูกอนาจารกว่า 5 แสนภาพ ซึ่งตำรวจเชื่อว่าเป็นขบวนการค้าภาพลามกอนาจารเครือข่ายรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ลงพื้นที่ตรวจค้นบ้านพัก 2ชั้น ภายในหมู่บ้านพฤกษา13 จังหวัดปทุมธานี พร้อมเข้าจับกุมตัว นายดนุเดช แสงแก้ว ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีล่วงละเมิดทางเพศเด็ก และนำภาพลามกอนาจารเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ โดยพบหลักฐานเป็นภาพอนาจารของเด็กมากกว่า 500,000 ภาพ และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ที่ใช้อัพโหลดภาพนำไปโพสต์ขายในกลุ่มลับบนโลกโซเชียล
ด้าน พ.ต.ท. กรวัชร์ ปานประภากร อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า คดีนี้เป็นการจับกุมผู้ต้องหาในคดีล่วงละเมิดทางเพศ และพยายามข่มขืนกระทำทำอนาจารเด็ก
โดยพฤติการณ์ของผู้ต้องหาได้แอบอ้างจัดทำโมเดลลิ่งบังหน้า ก่อนชักชวนให้เด็กมาถ่ายภาพผ่านสื่อโซเชียล พร้อมกับมีการเสนอรายได้ให้กับเด็ก จากนั้นได้นำภาพอนาจารส่งต่อให้กลุ่มลับเฉพาะ ซึ่งมีเครือข่ายทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยกระทำในลักษณะนี้กว่า 7 ปีแล้ว
สำหรับการจับกุมครั้งนี้ทางดีเอสไอได้ร่วมมือกับตำรวจประเทศนิวซีแลนด์ -ออสเตรเลีย – และ FBI ซึ่งใช้เวลาในการสืบสวนข้อมูลเกือบหนึ่งปี ในการสืบหาเบาะแสของผู้ต้องหาโดยใช้บ้านพักแห่งนี้เป็นฐานปฏิบัติการ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้แกะรอยจากภาพถ่ายเพียงไม่กี่ใบ จนกระทั่งสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ พร้อมกับพบหลักฐานเป็นภาพอนาจารเด็กมากกว่า 500,000 ภาพ และมีการส่งข้อมูลแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ ซึ่งคาดว่าอาจเป็นเครือข่ายการซื้อขายภาพลามกอนาจารรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยหลังจากนี้จะทำการขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการต่อไป
โดยเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้ง 5ข้อหา คือ นำข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งมีลักษณะลามกอนาจารฯ กระทำชำเราและพยายามกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน 13 ปี กระทำอนาจารแก่เด็กอายุไม่เกิน 13 ปีโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม พาเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ไปเพื่อการอนาจารและพรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ไปจากผู้ปกครอง
ขณะเดียวกันทางเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ได้นำอุปกรณ์เข้าตรวจสถานที่เกิดเหตุเพื่อไปเก็บพยานหลักฐานภายในบ้านพัก ก่อนขยายผลสืบสวนจับกุมผู้ร่วมขบวนการต่อไป