เมื่อวันที่ 19 มี.ค. 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจบุกจับตัว นายสมัย ชัยแสนฤทธิ์ อายุ 25 ปี และ นายณัฐพล เสาศิริ อายุ 24 ปี แก๊งเงินกู้นอกระบบระหว่างตามเก็บหนี้ที่บ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้านจัดสรรในอำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยการจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองคนนี้ เนื่องจากได้รับแจ้งจากลูกหนี้รายหนึ่ง ว่าถูกคนกลุ่มนี้ข่มขู่จนถึงขั้นไม่กล้าอยู่บ้าน จึงตัดสินใจเข้าร้องเรียนกับศูนย์ดำรงธรรมอำเภอสารภี ให้เจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือ
โดยลูกหนี้คนดังกล่าวให้ข้อมูลว่า ก่อนหน้านี้เปิดบริษัทติดตั้งคีย์การ์ด ตามหอพัก และโรงแรมในจังหวัดเชียงใหม่ ช่วงแรกก็กู้ยืมเงินในระบบมาลงทุน แต่พอเศรษฐกิจไม่ดีเพราะมีการระบาดของโควิด-19 ทำให้ต้องปิดบริษัทลง จากนั้นก็ไปทำงานประจำในบริษัทแห่งหนึ่ง แต่เนื่องจากมีหนี้สินติดตัวและมีภาระหลายด้าน ทำให้เงินเดือนไม่พอจ่ายหนี้ ก็ตัดสินใจกู้ยืมเงินนอกระบบ เริ่มจากในติดต่อทางเฟซบุ๊กที่โฆษณาปล่อยเงินกู้ ครั้งแรกกู้ยืมเงิน 20,000 บาท จ่ายคืนวันละ 1,000 บาท เป็นเวลา 24 วัน ช่วงแรกคิดว่าจ่ายหนี้ไหว แต่ภายหลังหมุนไม่ทัน ก็ไปกู้ยืมเพิ่ม เป็นเจ้าที่สอง โดยทยอยจ่ายมาเรื่อย ๆ บางครั้งก็หยิบยืมเพื่อนฝูงมาจ่ายด้วย
ทั้งนี้ระยะหลังเริ่มไม่ไหวก็ต้องกู้นอกระบบรายอื่น เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จนปัจจุบันมีเจ้าหนี้ทั้งหมด 26 คน รวมเงินต้นประมาณ 400,000 บาท ทั้งหมดนี้ต้องหาเงินมาจ่ายรายวันวันละ 50,000 บาท ช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ไม่มีเงินจ่ายก็ถูกตามทวงหนี้แทบทุกนาทีจนทำงานไม่ได้ หากไม่รับสายก็จะเข้ามากดดันที่บ้าน หนักสุดสามวันที่ผ่านมา มีคนเข้ามานั่งรอที่บ้าน ข่มขู่คุกคามตัวเองและครอบครัว โดยบอกว่าเป็นแก๊งใหญ่มีพรรคพวกมากกว่าสามร้อยคน หากไม่จ่ายหนี้จะทำให้อยู่บ้านไม่ได้ ด้วยความเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยจึงต้องออกไปนอนที่อื่น จนหมดหนทางก็เข้าร้องเรียนเจ้าหน้าที่
“คิดว่าเงินไม่กี่หมื่นเดี๋ยวก็หาคืนได้ เงินก้อนแรกที่ยืมมา 2 หมื่น จ่ายวันละพัน 24 วันจบคิดว่าสิ้นเดือนเงินออกก็จะคืนเขาหมดแล้ว แต่มันไม่ใช่อย่างนั้นครับ มันจ่ายรายวัน บางวันถ้าเราหาไม่ทันเขาก็โทรทวงเรา เราก็ไม่อยากให้มีปัญหากับครอบครัว ไม่อยากให้มีปัญหากับงาน เราก็ตัดสินใจว่าเอาอีกสักเจ้าเพิ่มเข้ามา ปัจจุบันนะครับ มีทั้งหมด 26 เจ้า 26 เจ้าตั้งแต่เดือนมกราคมเป็นต้นมา เริ่มตั้งแต่เจ้าเล็กๆ 2 หมื่น ที่ใหญ่สุดก็อยู่ที่ 9 หมื่นบาท”
ขณะที่ นายเลอยศ พุทธชิโนรส นายอำเภอสารภี ระบุว่า หลังการระบาดของโควิด-19 มีประชาชนร้องทุกข์เรื่องได้รับความเดือดร้อนจากการถูกข่มขู่ คุกคาม จากกลุ่มทวงหนี้จำนวนมาก ซึ่งได้กำชับผู้นำชุมชนและเจ้าหน้าที่ช่วยดูแลความปลอดภัย
ด้านพันตำรวจเอก บัญชา อินถา ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรสารภี บอกว่า คดีนี้อยู่ระหว่างการขยายผลตรวสอบการติดต่อสื่อสารทางโทรศัพท์ และ ตรวจสอบเส้นทางการเงิน ของแก๊งทวงนี้ดังกล่าว ว่าเชื่อมโยงกับนายทุนคนใด แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ โดยที่ผ่านมาทางตำรวจทำงานร่วมกับฝ่ายปกครองมาโดยตลอด ยืนยันตำรวจไม่มีผลกระโยชน์เกี่ยวข้องกับเครือข่ายหนี้นอกระบบ และ หากพบว่ามีเจ้าหน้าที่เจ้าหน้าที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องจะดำเนินการอย่างเด็ดขาด