เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 24 มีนาคม 2564 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีข่าวก่อนหน้านี้ว่า ตนออกมาขอโทษกลุ่มผู้ชุมนุม ที่ชุมนุมเมื่อวันที่ 20 มีนาคม ที่ผ่านมา ว่า เป็นข่าวที่คลาดเคลื่อน ที่ตนพูดไปหมายถึงขอโทษในความผิดพลาดที่เกิดจากเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำให้ผู้บริสุทธิ์ได้รับผลกระทบ ยืนยัน ตนไม่ได้ขอโทษกลุ่มผู้ชุมนุม หรือขอโทษผู้กระทำผิดกฎหมาย เพราะหากกระทำผิดก็ต้องบังคับใช้กฎหมายอยู่แล้ว เหตุรุนแรงที่เกิดขึ้น ตำรวจเราไม่อยากให้มันเกิดขึ้น เพราะหากเกิดขึ้นแล้วก็ควบคุมยาก โดยย้ำว่า ตำรวจไม่ใช่คู่กรณีของผู้ชุมนุม ซึ่งตำรวจก็ใช้กฎหมายตามความจำเป็น
เมื่อถามว่ายุทธวิธีการควบคุมกลุ่มผู้ชุมนุมในวันนี้ #ม็อบ24มีนา ที่แยกราชประสงค์ เป็นอย่างไร ผบ.ตร. ระบุว่า มีการเตรียมความพร้อมไว้อยู่แล้ว วันนี้คาดว่าไม่น่ามีอะไรรุนแรง แต่ก็เตรียมความพร้อมกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน เป็นไปตามขั้นตอนตามมาตรฐานที่ได้รับการฝึกมา ซึ่งวันก่อนเจ้าหน้าที่ได้กลับไปฝึกซ้อมกันแล้ว โดยเฉพาะเรื่องการยิงกระสุนที่จะต้องไม่ผิดพลาดอีก ตนขอย้ำว่า การใช้ความรุนแรงไม่เกิดประโยชน์ใดๆ โดยทราบมาว่าการชุมนุมในวันนี้จะมีแกนนำ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะดูแลสถานที่สำคัญอยู่แล้วเป็นเรื่องปกติ ถามว่าหวั่นใจหรือไม่ ก็แล้วแต่ยุทธิวิธีของผู้ชุมนุม โดยไม่สามารถตอบได้ว่า วันนี้จะใช้แก๊สน้ำตา หรือรถฉีดน้ำหรือไม่ ให้เป็นไปตามขั้นตอน
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชี้แจงทำความเข้าใจต่อประชาชน เพื่อให้ทราบถึงการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ว่าเราบังคับใช้กฎหมายตามความจำเป็น
เมื่อถามถึงความคืบหน้าในการตามจับกุมกลุ่มป่วนหรือมือที่สาม ทางตำรวจดำเนินคดีมาโดยตลอด มีการสืบในเชิงลึก บางเรื่องก็ไม่เปิดเผยหมด แต่มีการจับกุมอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่อยากจับใครก็จับ
อย่างไรก็ตาม กรณีที่ภาคีนักกฎหมายเพื่อสิทธิมนุษยชน ยื่นฟ้องตนและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำผิด พ.ร.บ. รับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 นั้น ก็เป็นสิทธิที่ทำได้ ซึ่งไม่กังวลอะไร ตำรวจมีหน้าที่ชี้แจงข้อเท็จจริง และยึดหลักกติกาของเรา
ขณะที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ออกมาเตือนประชาชนที่จะร่วมชุมนุมในวันนี้ จะเป็นผู้ที่กระทำผิดกฎหมาย ตามมาตรา 9 พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 และประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ความมั่นคง (ฉบับที่ 5) ลงวันที่ 5 มีนาคม 2564 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมถึงเข้าข่ายผิดตามมาตรา 34 (6) มาตรา 54 พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 ต้องระวางโทษ ปรับไม่เกิน 20,000 บาท และหากมีเครื่องขยายเสียงก็จะกระทำผิดตามมาตรา 4 พ.ร.บ.ควบคุมโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง พ.ศ. 2493 ต้องระวางโทษ ปรับไม่เกิน 200 บาท
กองบัญชาการตำรวจนครบาล ย้ำว่า การกระทำดังกล่าว ผู้ชักชวนให้มาร่วมชุมนุม ไม่ว่าด้วยวิธีการหนึ่งวิธีการใด ผู้จัดการชุมนุมตลอดจนประชาชนผู้เข้ามาร่วมชุมนุมถือว่า เป็นการกระทำผิดกฎหมายดังกล่าวมาแล้วข้างต้น และอาจเป็นเหตุให้รับโทษตามกฎหมายได้