จากกรณีเมื่อวันที่ 28 พ.ค. 2561 น.ส.สุพรรณษา (สงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี ได้ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์แฟนหนุ่มที่เพิ่งคบกันได้ไม่กี่เดือน เพื่อไปทำธุระ แต่แฟนหนุ่มกลับพาไปส่งยาบ้า 41 เม็ดให้กับสายตำรวจที่ล่อซื้อ และถูกจับกุมพร้อมแจ้งข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ซึ่งแฟนหนุ่ม ให้การรับสารภาพ และปฏิเสธว่า น.ส.สุพรรณษา ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ครอบครัวไม่มีเงินประกันตัวจึงถูกคุมขังในเรือนจำกลางสุรินทร์ฟรีระหว่างสู้คดีนานกว่า 8 เดือน โดยมีนายคำสิงห์ ชอบมี ทนายความ อาสาเข้าไปช่วยเหลือทางกฎหมายฟรี จนศาลชั้นต้นตัดสินคืนอิสรภาพ แต่อัยการได้ยื่นอุทธรณ์ฟ้องต่อ โดยศาลอุทรณ์ตัดสินมีความผิด สั่งจำคุก 5 ปี 12 เดือน และปรับเงิน 5.6 แสนบาท ถ้าไม่มีเงินให้กักขังแทนเงินค่าปรับ
ต่อมานายคำสิงห์ ทนายความอาสา ได้ยื่นคำร้องส่งให้ศาลฎีกา โดยระหว่างที่ศาลฎีการับเรื่องน.ส.สุพรรณษาฯ ต้องเข้าไปอยู่ในเรือนจำตั้งแต่ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษา เนื่องจากไม่มีเงินประกันตัว สุดท้ายศาลฎีกาตัดสินยกฟ้อง ว่าจำเลยไม่มีส่วนร่วมในการกระทำผิด ซึ่งน.ส.สุพรรณษา ต้องติดคุกระหว่างต่อสู้ในชั้นฎีกา 13 เดือน รวม 2 ครั้งเป็นเวลา 21 เดือน
ทั้งนี้นายคำสิงห์ ทนายความอาสา พร้อมด้วยแม่ของ น.ส.สุพรรณษา ได้ยื่นคำร้องต่อยุติธรรมจังหวัดสุรินทร์ เพื่อขอเงินเยียวยาตาม พ.ร.บ.ช่วยเหลือ ผู้ต้องหาของกระทรวงยุติธรรม
ล่าสุด นายคำสิงห์ ทนายความอาสา ได้นำหนังสือคำวินิจของคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา ลงวันที่ 25 มี.ค.2564 มาแจ้งกับ น.ส.สุพรรณษา ที่บ้านพักใน อ.เมืองสุรินทร์ ว่าคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหายฯ มีมติจ่ายค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายให้แก่ น.ส.สุพรรณษา แยกเป็นค่าทดแทนการถูกคุม เป็นจำนวนเงิน 283,500 บาท และค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้ฯ จำนวน 188,745 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 472,245 บาท
หลังทราบเรื่อง น.ส.สุพรรณษา ก็กล่าวว่าตนรู้สึกดีใจ และขอขอบคุณทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องช่วยเหลือให้ได้รับความยุติธรรมในครั้งนี้