กลุ่มค้ายาใช้ไทยเป็นทางผ่าน อาละวาดหนัก

โดย PPTV Online

เผยแพร่

หลังทีมข่าวพีพีทีวีติดตามการส่งออกจากไทยไปต่างประเทศที่พบบ่อยครั้งในช่วงนี้ ทั้ง เกาหลีใต้ ฮ่องกง ออสเตรเลีย และสิงคโปร์ ทำให้วันนี้นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ออกมายอมรับว่า พบเส้นทางลักลอบขนยาเสพติดจากแหล่งผลิตในเขตปกครองของกลุ่มกองกำลังติดอาวุธประเทศเพื่อนบ้าน เข้าไทยถึง3เส้นทาง และมีเครือข่ายคนไทยรับหน้าที่ซุกซ่อน ก่อนส่งต่อลงเรือ-เครื่องบิน ซึ่งช่วงโควิดระบาดพบปริมาณยาเสพติดเพิ่มมากขึ้น

ข้อมูลชุดนี้ พบ แหล่งผลิตยาเสพติดใหญ่อยู่ในเขตแดนการปกครองของกองกำลังติดอาวุธ ประเทศเมียนมา ทางตอนเหนือของไทย 3 กลุ่ม คือ เขตปกครองโกก้าง เขตปกครองว้า และเขตปกครองเมืองลา มีกลุ่มย่อยที่เป็นฐานการผลิตอีก คือ  เมืองกุ๊ดไข่ และกลุ่มชาติพันธุ์มูเซอ ละหู่ ซึ่งทั้งมดอยู่นอกเหนือการจัดการของแต่ไทย

พวกนี้มีเส้นทางการลำเลียงยาเสพติดเข้าไทยถึง 3 เส้นทาง คือ ชายแดนภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ และ ตะวันตก(กาญจนบุรี) 

ซึ่งไทยพยายามสกัดกั้น แต่พบว่าการลำเลียงเข้ามาในไทย มีเครือข่ายคนไทยที่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ คนไทย  กลุ่มคนผิวสีที่มีภรรยาเป็นไทย และชาวต่างชาติของประเทศปลายทางเข้ามาติดต่อทำเอง  

โดยจากการแถลงข่าวในวันนี้ของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม  พบว่า กลุ่มคนเหล่านี้   จะใช้ทุกวิถีทางหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ มาจนถึงขั้นตอนซุกซ่อนยาเสพติดในสินค้า เพื่อนำส่งต่อลงเรือหรือขึ้นเครื่องบิน แต่นายสมศักดิ์ ยืนยันว่า หน่วยปฏิบัติการของไทยไม่ได้เพิกเฉย และช่วงปีนี้สกัดจับยาเสพติดเตรียมส่งออกเป็นยาไอซ์ได้กว่า 1.2 ตันแล้ว

ส่วนที่เป็นข่าวในต่างประเทศ ทั้งออสเตรเลีย ฮ่องกง เกาหลีใต้ นายสมศักดิ์ ยอมรับว่าเป็นส่วนน้อยที่หลุดรอดออกไป และเป็นไปตามที่กรมศุลกากรยอมรับไปก่อนหน้านี้ว่า การตรวจสอบตู้สินค้าที่เข้า-ออกในท่าเรือ2แห่ง คือ แหลมฉบัง / กรุงเทพ กว่า 24,000 ตู้ การเอ็กซเรย์ตู้ทำได้เต็มที่แค่วันละหนึ่งพันตู้เท่านั้น ด้วยข้อจำกัดหลายอย่าง นายสมศักดิ์ ระบุว่า เตรียมประสานกับ 6 ประเทศลุ่มน้ำโขง เพื่อจะทลายเครือข่ายยาเสพติดนั้นอีกรอบ แต่ยอมรับต้องใช้เวลา ส่วนของไทยจะเน้นที่การขยายผลจับกุมยึดทรัพย์เครือข่าย

โดยยาเสพติดส่วนใหญ่ที่สกัดกั้นทันก่อนส่งออกไปเป็น ไอซ์และเฮโรอีน ซึ่งประเทศปลายทางทั้งหมดพบถึง 19 ประเทศ เช่น เกาหลีใต้พบแล้ว 22 คดี ออสเตรเลีย 20 คดี อิสราเอล 14 คดี นิวซีแลนด์ 11 คดี และสิงคโปร์ 10 คดี แต่ข้อมูลของต่างประเทศที่พบหลุดออกไปนั้น ยอมรับว่าไม่มีตัวเลขการตรวจยึดที่ชัดเจน  ทางการไทยประสานไปแล้วเพื่อขอข้อมูลจำนวนที่แน่นอน โดยเรื่องนี้นายสมศักดิ์บอกว่า จนถึงตอนนี้ยังไม่เคยได้รับข้อมูลที่ชัดเจนกลับบมา  

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ