ข้อมูลชุดนี้ พบ แหล่งผลิตยาเสพติดใหญ่อยู่ในเขตแดนการปกครองของกองกำลังติดอาวุธ ประเทศเมียนมา ทางตอนเหนือของไทย 3 กลุ่ม คือ เขตปกครองโกก้าง เขตปกครองว้า และเขตปกครองเมืองลา มีกลุ่มย่อยที่เป็นฐานการผลิตอีก คือ เมืองกุ๊ดไข่ และกลุ่มชาติพันธุ์มูเซอ ละหู่ ซึ่งทั้งมดอยู่นอกเหนือการจัดการของแต่ไทย
พวกนี้มีเส้นทางการลำเลียงยาเสพติดเข้าไทยถึง 3 เส้นทาง คือ ชายแดนภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ และ ตะวันตก(กาญจนบุรี)
ซึ่งไทยพยายามสกัดกั้น แต่พบว่าการลำเลียงเข้ามาในไทย มีเครือข่ายคนไทยที่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ คนไทย กลุ่มคนผิวสีที่มีภรรยาเป็นไทย และชาวต่างชาติของประเทศปลายทางเข้ามาติดต่อทำเอง
โดยจากการแถลงข่าวในวันนี้ของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พบว่า กลุ่มคนเหล่านี้ จะใช้ทุกวิถีทางหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ มาจนถึงขั้นตอนซุกซ่อนยาเสพติดในสินค้า เพื่อนำส่งต่อลงเรือหรือขึ้นเครื่องบิน แต่นายสมศักดิ์ ยืนยันว่า หน่วยปฏิบัติการของไทยไม่ได้เพิกเฉย และช่วงปีนี้สกัดจับยาเสพติดเตรียมส่งออกเป็นยาไอซ์ได้กว่า 1.2 ตันแล้ว
ส่วนที่เป็นข่าวในต่างประเทศ ทั้งออสเตรเลีย ฮ่องกง เกาหลีใต้ นายสมศักดิ์ ยอมรับว่าเป็นส่วนน้อยที่หลุดรอดออกไป และเป็นไปตามที่กรมศุลกากรยอมรับไปก่อนหน้านี้ว่า การตรวจสอบตู้สินค้าที่เข้า-ออกในท่าเรือ2แห่ง คือ แหลมฉบัง / กรุงเทพ กว่า 24,000 ตู้ การเอ็กซเรย์ตู้ทำได้เต็มที่แค่วันละหนึ่งพันตู้เท่านั้น ด้วยข้อจำกัดหลายอย่าง นายสมศักดิ์ ระบุว่า เตรียมประสานกับ 6 ประเทศลุ่มน้ำโขง เพื่อจะทลายเครือข่ายยาเสพติดนั้นอีกรอบ แต่ยอมรับต้องใช้เวลา ส่วนของไทยจะเน้นที่การขยายผลจับกุมยึดทรัพย์เครือข่าย
โดยยาเสพติดส่วนใหญ่ที่สกัดกั้นทันก่อนส่งออกไปเป็น ไอซ์และเฮโรอีน ซึ่งประเทศปลายทางทั้งหมดพบถึง 19 ประเทศ เช่น เกาหลีใต้พบแล้ว 22 คดี ออสเตรเลีย 20 คดี อิสราเอล 14 คดี นิวซีแลนด์ 11 คดี และสิงคโปร์ 10 คดี แต่ข้อมูลของต่างประเทศที่พบหลุดออกไปนั้น ยอมรับว่าไม่มีตัวเลขการตรวจยึดที่ชัดเจน ทางการไทยประสานไปแล้วเพื่อขอข้อมูลจำนวนที่แน่นอน โดยเรื่องนี้นายสมศักดิ์บอกว่า จนถึงตอนนี้ยังไม่เคยได้รับข้อมูลที่ชัดเจนกลับบมา