ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สาวอายุ 45 ปี คนนี้ นำเอกสารใบแจ้งความจากตำรวจ สถานีตำรวจภูธรแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ และภาพถ่ายมาให้ผู้สื่อข่าวดู เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันว่า ถูกรุมทำร้าย
หญิงสาวคนนี้เล่าว่า เมื่อคืนวันที่ 31 มีนาคมที่ ผ่านมา ได้เข้าไปนั่งทานอาหารที่ร้านแห่งหนึ่ง ใกล้ศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ ต่อมาได้มีหญิงสาว 3 คน ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็น ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในตัวเมืองเชียงใหม่ ซึ่งเป็นทอมเหมือนกัน และเคยเป็นเพื่อนในกลุ่มเดียวกัน เดินมานั่งที่โต๊ะ เพื่อขอคุย และเคลียร์ปัญหา
เนื่องจากไม่พอใจ ที่ตนส่งข้อความไปพูดคุยกับอดีตแฟนสาว ที่ตอนนี้ทำงานอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย และกำลังคุยอยู่กับสาวทอมที่เป็นผู้ช่วยอำนวยการโรงเรียนรายนี้
หลังจากที่พูดคุยกันได้ไม่นาน ก็เกิดมีปากเสียงกันขึ้น ทอมที่เป็น ผู้ช่วย ผอ.โรงเรียน เกิดไม่พอใจ สาดเบียร์ใส่หน้าเธอ จากนั้นหญิงสาวที่มาด้วย ช่วยกันจับล็อคตัวไว้ และมีหญิงสาวอีกคน เดินลงมาจากรถยนต์ และต่อยจนปากแตก ต่อมาทราบว่า คน ๆ นี้ มีตำแหน่งเป็นถึงผู้อำนายการโรงเรียน
จากนั้นก็ถูกรุมทำร้ายจนบาดเจ็บ ก่อนที่ทั้งหมดจะขึ้นรถออกไปจากร้าน หลังเกิดเหตุ จึงได้เข้าไปแจ้งความที่ สภ.แม่ริม และ เข้าตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลเชียงใหม่ราม โดยแพทย์ระบุซี่โครงขวาอักเสบร้าว มีแผลที่ขาและเล็บเท้า รวมถึง มีรอยฟกช้ำตามร่างกาย ต้องนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 6 เมษายน ที่ผ่านมา รวม6 วัน นอกจากนี้ยังพบวาหลังเกิดเหตุ รถเก๋งมินิคูเปอร์ของเธอ มีร่องรอยถูกขูดรอบคัน
ผู้เสียหาย กล่าวต่อว่า หลังเกิดเหตุผู้อำนวยการโรงเรียน ที่ทำร้ายตน ได้ส่งข้อความมาสอบถามอาการ และขอโทษ โดยอ้างว่าที่ทำลงไปเพราะเครียดและโมโห แต่ตนไม่รับคำขอโทษและจะดำเนินคดีกับคู่กรณี ที่ร่วมกันก่อเหตุทั้งหมด 5 คน คือ ผู้อำนวยการโรงเรียน ผู้ช่วยอำนวยการและเพื่อนที่มาด้วยอีก 2 คน รวมถึง หญิงสาวอีกคน ที่มาทราบทีหลังว่าเป็นคนชี้เป้า ว่าวันเกิดเหตุนั่งอยู่ที่ไหน
ล่าสุด ทาง พ.ต.อ.มาโนช สุดสวาสดิ์ ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรแม่ริม เปิดเผยว่า คดีที่ผู้เสียหายแจ้งความดำเนินคดีกับ อำนวยการโรงเรียน พร้อมพวกอีก 4คน ในข้อหาทำร้ายร่างกายและทำให้เสียทรัพย์นั้น ตอนนี้พนักงานสอบสวนได้เรียกผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดมาสอบปากคำแล้ว/ตอนนี้เหลือเพียงสอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุเพิ่มเติมอีกสองถึงสามปากและตรวจหลักฐานทางการแพทย์ ส่วนพยานหลักฐานจะเอาผิดตามข้อหาได้หรือไม่นั้น ทุกอย่างจะเป็นไปตามพยานหลักฐาน