ความคืบหน้าคดีนี้ พ.ต.อ.พันษา อมราพิทักษ์ ผู้กำกับการ สน.ปทุมวัน กล่าวว่า ทางพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน จะส่งหมายเรียกไปให้กับนักศึกษารุ่นพี่ 12 ราย มาสอบสวนในฐานะพยานเท่านั้น เบื้องต้นยังไม่ใช่การออกหมายเรียกเพื่อมารับทราบข้อกล่าวหา เนื่องจากจะต้องทำการสอบสวนพยานและรวบรวมหลักฐานต่างๆ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอีกครั้ง
แต่ในขณะเดียวกัน ก็ยังไม่ได้รับการประสานจากกลุ่มรุ่นพี่นักศึกษาที่ถูกออกหมายเรียก ว่าจะเดินทางมาเข้าพบพนักงานสอบสวนในวันใด
ทั้งนี้ตามขั้นตอนหมายเรียกครั้งที่ 1 ระบุว่า จะต้องเข้าพบพนักงานสอบสวนในช่วงระหว่างวันที่ 10 มิ.ย. – 17 มิ.ย. ทั้งนี้หากกลุ่มรุ่นพี่ยังไม่มาตามกำหนดหมายเรียกดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่ก็จะออกหมายเรียกเป็นครั้งที่ 2 และหากยังไม่เข้าพบตำรวจอีก ก็อาจจะดำเนินการออกหมายจับตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป
นอกจากนี้ทางตัวแทนมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ได้นำเอกสารผลการตรวจสอบของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของมหาวิทยาลัยฯ มาส่งมอบให้กับพนักงานสอบสวนตามคำร้องขอ เพื่อใช้ประกอบสำนวนคดีในการเอาผิดกับรุ่นพี่ทั้ง 12 คน
ซึ่งโดยตัวแทนของมหาวิทยาลัยฯ ได้ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลกับสื่อมวลชน โดยระบุเพียงสั้นๆว่า ภายในเอกสารเป็นรายงานผลการลงโทษของนักศึกษารุ่นพี่ทั้ง 12 คน โดยมีการให้ออกและพ้นสภาพการเป็นนักศึกษาของทางมหาวิทยาลัยไปเรียบร้อยแล้ว
จ่อออกหมายจับ 12 รุ่นพี่ ม.อุเทนฯ ทำร้ายรุ่นน้องดับ
ส่วนที่จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อคืนที่ผ่านมาได้มีกลุ่มศิษย์เก่า-และศิษย์ใหม่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก อุเทนถวาย กว่า 100 คน ที่เดินทางมาร่วมงานศพน้องปลื้ม ที่วัดเก่าหนองกี่ ได้ออกมาเปิดเผยข้อเท็จจริงในเรื่องนี้
โดยนายศุภชัย ลิ้มพิพัฒน์โสภณ อายุ 52 ปี ประธานนักศึกษาอุเทนถวายรุ่น 54 กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นประธานศิษย์เก่าและอาจารย์ ได้ดำเนินการเข้าช่วยเหลืออย่างเต็มที่ และล่าสุดทางสมาคมผู้ปกครองและตัวแทนสถาบัน ได้เตรียมประสานจะพาเด็กเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตามขั้นตอนต่อไป
ขณะเดียวกันทางตัวแทนศิษย์เก่า ได้ขอหมายเลขบัญชีครอบครัวน้องปลื้ม เพื่อระดมเงินช่วยเหลือเยียวยาในเบื้องต้น และได้โอนเงินเข้าไปยังบัญชีแม่ของน้องปลื้มไปแล้ว 5 แสนบาท
สำหรับกรณีการรับน้องที่มีความรุนแรง ทราบว่าเป็นการกระทำของนักศึกษารุ่นเก่าๆ ซึ่งในระยะหลังนักศึกษารุ่นใหม่ ได้มีการต่อต้านไปแล้วกว่า 80% แต่ก็ไม่คิดว่าจะยังหลงเหลืออยู่ในปัจจุบัน พร้อมขอยืนยันว่าจะไม่ให้มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก