ม.อุเทนถวาย ไล่ออก 12 รุ่นพี่ ทำร้ายรุ่นน้องดับ ยังไร้วี่แววพบ ตร.
เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่บ้านของนายวีรพัฒน์ หรือน้องปลื้ม ตามกลาง อายุ 22 ปี นักศึกษา ปี2 คณะวิศวกรรมโยธา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก (อุเทนถวาย) ที่เสียชีวิตจากการถูกรุ่นพี่รุ่นลงโทษทำร้ายร่างกาย โดยวันนี้ครอบครัวของน้องปลื้ม ได้นิมนต์พระมาสวดที่บ้านตามประเพณี ขณะเดียวกันมีญาติและชาวบ้านมาร่วมฟังพระสวดจำนวนหนึ่ง
นางมนัสนันท์ ตามกลาง อายุ 57 ปี แม่น้องปลื้ม กล่าวว่า ตอนนี้ครอบครัวเริ่มทำใจได้แล้วกับการสูญเสียในครั้งนี้ แต่สิ่งที่ครอบครัวยังติดใจคือได้รับการชี้แจงจากมหาวิทยาลัยว่า กล้องวงจรปิดภายในอาคารเสียทั้งหมด ซึ่งจุดดังกล่าวเป็นจุดที่น้องปลื้มถูกทำร้าย และเชื่อว่าเป็นไปไม่ได้ที่กล้องจะเสียพร้อมกันทั้งหมด แต่กล้องวงจรปิดด้านหน้าอาคารกลับใช้การได้
ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นเรื่องที่ช้ำใจมากที่สุดสำหรับตนและครอบครัว เพราะน้องปลื้มเป็นความหวังของแม่ ทุกอย่างเตรียมไว้ให้อนาคตของน้องปลื้ม แต่ลูกชายกลับต้องจากไปแบบไม่มีวันหวนกลับ พร้อมฝากไปถึงผู้ก่อเหตุว่าอยากให้คิดถึงอนาคตของเด็กด้วย เพราะไม่อยากให้พ่อแม่ของนักศึกษาคนอื่นต้องมาเสียใจแบบตนอีก
“เรารู้อะเนอะว่ามีกล้องตัวนึงอยู่ข้างใน แต่เราก็ไม่สามารถที่จะดูอะไรได้ เพราะข่าวออกมาว่ากล้องเสีย คือเรารู้แล้วแหละว่ามันต้องออกมาแนว ๆ นี้ แต่แม่ขอพูดในฐานะแม่คนนึง ที่ลูกแม่เป็นผู้สูญเสีย แม่ไม่สามารถปกป้องลูกได้ การกระทำที่เกิดขึ้นของเด็ก แล้วที่บอกว่าไม่ได้ตั้งใจหรือใด ๆ ก็แล้วแต่ของเด็กที่พูดไป ซึ่งเราผู้สูญเสียเราเจ็บปวดที่ไม่สามารถปกป้องลูกได้” แม่น้องปลื้ม กล่าว
ขณะที่ความคืบหน้าคดีนี้ พ.ต.อ.พันษา อมราพิทักษ์ ผู้กำกับการ สน.ปทุมวัน เปิดเผยความคืบหน้าว่า เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ได้ออกหมายเรียกครั้งที่ 1 เพื่อสอบปากคำพยาน 40 คน ในการหาข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาชั้นปี 1 และปี 2 แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีนักศึกษาคนใดติดต่อเข้าพบพนักงานสอบสวน ทั้งนี้หากออกหมายเรียกทั้งหมด 2 ครั้ง แต่หากยังไม่ยอมเข้าพบเจ้าหน้าที่อีก ทางตำรวจก็อาจจะดำเนินคดีในข้อหาขัดขืนหมายเรียกต่อไป
สำหรับประเด็นการสอบปากคำนั้น เบื้องต้นจะสอบข้อเท็จจริงว่ากิจกรรมดังกล่าวเป็นกิจกรรมอะไร รวมถึงมีการทำร้ายเกิดขึ้นจริงหรือไม่ และเกิดขึ้นได้อย่างไร รวมถึงการสอบปากคำพยานทั้งหมดเพื่อสรุปข้อเท็จจริงว่าตรงกับข้อมูลที่ผู้เสียหายได้ให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนหรือไม่ ทั้งนี้จะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ชัดเจนอีกครั้ง เนื่องจากหากมีการทำร้ายกันเกิดขึ้นจริง ก็ต้องตรวจสอบว่าสาเหตุการเสียชีวิต เกิดจากการกระทำของบุคคลใด
ทั้งนี้ส่วนกรณีการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ที่มีการอ้างว่ากล้องเสียในพื้นที่เกิดเหตุนั้น พ.ต.อ.พันษา ระบุว่า ทางเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตรวจสอบในประเด็นนี้แล้ว เพื่อตรวจสอบดูว่าภาพจากกล้องวงจรปิดที่อ้างว่าเสียนั้นเกิดจากสาเหตุใด พร้อมทั้งประสานไปยังผู้เชี่ยวชาญให้ทำการตรวจสอบฮาร์ดดิสก์ที่บันทึกข้อมูล ว่ามีการบันทึกข้อมูลเอาไว้ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ มีการลบข้อมูลไปหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตามจุดที่อ้างว่าลงมือทำร้ายร่างกายนั้น จากการตรวจสอบพบว่าไม่มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดแต่อย่างใด โดยมีแค่เพียงบริเวณใกล้เคียงจุดเกิดเหตุเท่านั้น