ตำรวจเร่งล่าตัวลูกชายฆ่าพ่อฝังดิน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ตำรวจจังหวัดบุรีรัมย์ เร่งตามล่าตัวลูกชายวัย 41 ปี ผู้ต้องสงสัยฆ่าพ่อแท้ๆ แล้วนำร่างฝังดินอำพราง เบื้องต้นสันนิษฐานหลบหนีไปจังหวัดปทุมธานี ที่เคยทำงานด้านญาติและชาวบ้านต่างหวาดกลัว เพราะเป็นบุคคลอันตราย เคยก่อเหตุทำร้ายพ่อมาก่อน

ชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรบ้านใหม่ไชยพจน์ จ.บุรีรัมย์ ลงพื้นที่หาหลักฐาน พร้อมสอบปากคำญาติ และชาวบ้านโศกนาก ต.แดงใหญ่ เพื่อหาสาเหตุจูงใจฆาตกรรม นายเป ชาลีผาม อายุ 72 ปี ถูกนายวิเชียร ชาลีผาม หรือ นายตูบ อายุ 41 ปี ลูกชายแท้ๆใช้มีดพร้าฟันศีรษะจนเสียชีวิต และนำไปฝังดิน

เชื่อว่า สาเหตุที่ลูกชายฆ่าพ่อแท้ๆ มาจากไม่พอใจที่ “นายเป” เอาบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือที่เรียกว่า บัตรคนจน ทั้งของพ่อและของลูกไปจำนำไว้ที่ร้านค้า ในอ.พุทไธสง ได้เงินมา 2,500 บาท แต่พ่อไม่แบ่งให้เหตุเกิดเมื่อวันที่ 25 มิ.ย.

จนถึงขณะนี้ยังไม่พบตัว “นายวิเชียร” ลูกชายที่หลบหนีไป ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ต่างหวาดกลัวเพราะ นายวิเชียร เป็นบุคคลอันตราย บางครั้งเหมือนคนเสียสติ มีอาการคลุ้มคลั่ง ที่ผ่านมาเคยทำร้ายพ่อของตัวเองหลายครั้ง และเคยถือมีดไปมารอบหมู่บ้านจนคนในหมู่บ้านหวาดระแวง

เบื้องต้น ตำรวจสันนิษฐานว่า “นายวิเชียร” น่าจะหลบหนีไปจังหวัดปทุมธานี ที่เคยไปทำงานโรงงานเฟอร์นิเจอร์อยู่ที่นั่น เพราะหลังก่อเหตุได้ว่าจ้าง ชาวบ้านคนหนึ่ง ขับรถไปส่งอยู่ท่ารถ ด้วยสีหน้าท่าทางเรียบเฉย เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ส่วนประเด็นการนำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไปจำนำ ทีมข่าวตรวจสอบข้อมูล พบว่า ร้านค้าที่รับจำนำบัตรคนจน จะเป็นที่รู้กันของชาวบ้าน สำหรับกรณีนี้ นายเป นำบัตรไปจำนำกับร้านค้าต่างอำเภอ  ซึ่งอยู่ติดต่อกับบ้านผู้ตาย

โดยการจำนำก็คือ นำบัตรคนจนที่ได้รับสิทธิ์เงินช่วยเหลือเดือนละ 300 บาท ไปให้ร้านค้า แล้วแจ้งว่าต้องการเงินเท่าไหร่ ส่วนใหญ่เป็นเงินจำนวนไม่มากนัก เช่น  500 -1,000 บาท โดยจะถูกหักเงินประมาณร้อยละ 10 ถึง 20

เช่นเจ้าของบัตรต้องการเงินสด 1,000 บาท ทางร้านก็จะนำไปรูดซื้อของในร้านเดือนละ 300 บาท จนครบจำนวนตกลงกัน โดยไม่ได้มีการซื้อสินค้าจริง  ซึ่งทางร้านก็จะได้ทั้งเงิน แต่สินค้าก็ยังอยู่ นำไปขายได้อีก 

วันนี้ พาณิชย์จังหวัดบุรีรัมย์ได้ตรวจสอบข้อมูลจากการใช้จ่ายของบัตร “นายเป” และ “นายวิเชียร”  สองพ่อลูกพบว่า มีหลักฐานการใช้บัตรในร้านค้าแห่งหนึ่งที่อำเภอพุทไธสง  ซึ่งเป็นพื้นที่เขตติดต่อกันกับที่อยู่ของผู้ตาย ตามที่ญาติให้ข้อมูลไว้จริง  อยู่ระหว่างตรวจสอบร้านค้าอีกครั้ง หากมีความผิดก็ดำเนินการตามกฎหมาย

นอกจากนี้พาณิชย์จังหวัดบุรีรัมย์ ยังฝากเตือนร้านค้าประชารัฐในจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งมีอยู่ 3,493 ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ไม่ให้ทำการยึดบัตรหรือเก็บบัตรของผู้ถือบัตรไว้โดยเด็ดขาด เพราะมีโทษทางอาญาด้วย รวมถึงการฉวยโอกาสจำหน่ายสินค้าราคาเกินจริง ซึ่งมีโทษทางอาญาด้วยเช่นกัน

ส่วนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ควรจะปฏิบัติตามเงื่อนไข และรักษาสิทธิ์ของตนเอง หากพบร้านค้ากระทำผิดข้อใดข้อหนึ่ง ให้โทรแจ้งสำนักงานพาณิชย์จังหวัดหรือสายด่วน 1569 ได้ตลอดเวลา.

คนงานทอผ้าประท้วงขอหยุด หลังติดโควิด 60 คน

หุ้นไทย (28 มิ.ย.64) ปิดการซื้อขาย ลดลง-3.50 จุด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ