นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชน โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก บอกว่า มีตำรวจชั้นผู้น้อย อยากได้ความเป็นธรรมส่งคลิปเหตุการณ์ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือ “ผู้กำกับ โจ้” ไปให้คนคนหนึ่งเพื่อหวังแฉเรื่องราวในวงการสีกากี แต่ปรากฎว่าคนคนนั้นไม่นำเรื่องราวไปเผยแพร่ แต่นำคลิปไปเรียกขอผลประโยชน์กับฆาตกร นายษิทรา บอกว่า ตัวเองเห็นคนชื่นชมเขามากมาย ว่าใจกล้า สุดยอด แต่ความจริงมันเป็นแบบนี้
ข้อมูลนี้มาพร้อมภาพข้อความของตำรวจ ที่นำเรื่องมาส่งต่อให้ทีมนายษิทรา ในภาพมีการขีดฆ่าสีแดงไว้ แต่ต่อมามีการเผยแพร่ว่า คนที่นายษิทรา พูดถึง คือ “ทนายคลายทุกข์”
ทีมข่าวสัมภาษณ์นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ประธานเครือข่ายทนายคลายทุกข์ เปิดใจว่า ได้รับแจ้งจาก ตำรวจชั้นประทวนส่งคลิป และเรื่องร้องเรียน เรื่อง “ผู้กำกับ โจ้” มาตั้งแต่ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ที่ไม่เปิดเผยคลิปออกมาก่อน เพราะ กลัวว่า “ผู้กำกับ โจ้” จะหลบหนีแบบที่เกิดขึ้น
ด่วน!! ศาลอนุมัติหมายจับ "ผู้กำกับโจ้" และพวกรวม 7 คน คลิปมัดร่วมกันฆ่าโดยเจตนา
ส่วนประเด็นที่มีการกล่าวหาว่ามีการเรียกรับผลประโยชน์ แลกไม่ปล่อยคลิป ทนายเดชาปฏิเสธ ไม่ไม่ใช่เรื่องจริง เป็นการกล่าวหาลอย
สำหรับคดี “ผู้กำกับ โจ้” และทีมตำรวจซ้อมทรมานผู้ต้องหาคดียาเสพติดจนเสียชีวิต ทำให้วงการทนายสั่นสะเทือน เพราะ นอกจาก นายษิทราแล้ว พบว่า นายความอีกหลายคน ออกมวิพากษ์วิจารณ์ ต่อเนื่อง ทั้ง นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ , นายเกิดผล แก้วเกิด ,นายนิติธร แก้วโต หรือ ทนายเจมส์
ทนายเดชา ยอมรับว่าการปล่อยคลิปอาจทำให้สังคมรับรู้ปัญหาจริง แต่มีข้อเสียต่อกระบวนการยุติธรรม ผู้ต้องหาหลบหนีได้ ก่อนหน้านี้ได้คุยกับเพจต่างๆและตำรวจ ว่า จะยังไม่ปล่อยคลิป เพื่อรอให้สืบสวน และตำรวจจับได้ ก่อน
พร้อมท้าหากเป็นเรื่องจริง ให้ไปแจ้งความ และ นำคนที่ให้ข้อมูลไปเป็นพยานด้วย และหากต้องการให้แถลงข่าว ก็พร้อม แต่ต้องมาแถลงร่วมกันกับคนที่ให้ข่าว