เมื่อวันที่ 26 ส.ค. 64 นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมศุลกากร ชี้แจงถึงกระแสข่าวการครอบครองรถหรูของ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือ ผู้กำกับโจ้ จำนวน 29 คันที่พบภายในบ้านพักย่านรามอินทราว่า จากการตรวจสอบการครอบครองรถหรูที่ไม่ใช่รถตลาดทั่วไปมี 10 คัน มีเพียง 1 คันที่เป็นรถการประมูล และเสียภาษีปกติ 2 คัน จากทั้งหมด 29 คันตามที่เป็นข่าว
พร้อมกันนี้ยังเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับการทำคดีจับกุมรถหรูที่ ผู้กำกับโจ้ เป็นเจ้าของสำนวน
กรมศุลกากร เร่งสอบนำเข้ารถหรู “ผู้กำกับโจ้” ใน 7 วัน มีจนท.เอี่ยวหรือไม่
ซึ่งจากข้อมูลพบว่ามีการนำส่งให้กับกรมศุลกากร ทั้งสิ้น 368 คัน โดยสามารถขายทอดตลาดไปแล้ว 368 คัน อีก 5 คัน ยังขายไม่ออก
“รถที่เขาเป็นเจ้าของสำนวน มีการเปิดประมูลไปรวม ๆ แล้วประมาณ 500 ล้านบาท โดยที่ประมูลสำเร็จ มูลค่าจะมากกว่าประมาณเท่าหนึ่ง คือราว 1,000 ล้านบาท” นายพชรกล่าว
ขณะเดียวกัน อธิบดีกรมศุลการ ยังอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับระเบียบกรมศุลกากร หากตำรวจจับได้แล้วนำส่ง โดยกระบวนการแล้วจะมีการขายทอดตลาดเงินส่วนหนึ่งจะแบ่งเป็นเงินค่ารางวัลนำจับ ค่าสายข่าว นายพชร ยอมรับว่า เมื่อคดีมีการสิ้นสุดก็จะมีการนำมาประมูลขาย ต้องบอกว่าตามกฎหมายเก่า กฎหมายการประมูลนี้แบ่งเป็น 2 ช่วง คือช่วงก่อนปี 2560 ก็จะมีเงินรางวัลปรากฎอยู่ในระเบียบ จริงๆ ไม่ได้ใช้เฉพาะกับรถยนต์แต่ใช้กับทุกประเภทสินค้า
ซึ่งก่อนช่วงปี 2560 สินบน 30% เงินรางวัล 25% ด้วยอัตราที่สูงถึง 55% กระทั่งปี 2560 จึงกำหนดอัตรารางวัลที่ 20% สินบน 20% ต่อ 1 คดีไม่เกิน 5 ล้านบาท
โดยสิ่งที่ผู้กำกับโจ้ และผู้มีส่วนในการจับกุมจะได้รับนั้น อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า จะอยู่ในรูปของรางวัลนำจับ ซึ่งเบื้องต้นจากการตรวจสอบ พบว่า รถยนต์ในคดีที่มีผู้กำกับโจ้เป็นเจ้าของสำนวนนั้น มีอยู่ไม่ถึง 15% ของจำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผ่านกระบวนการประมูลของกรมศุลกากร นับตั้งแต่ปี 2554 จนถึงปี 2563
ย้อนเส้นทางสีกากี แต่งตั้ง "ผู้กำกับโจ้" พ.ต.อ.หนุ่ม วัย 39 ชีวิตราชการติดไฮสปีด - ชีวิตเศรษฐีซูเปอร...
เพื่อนบ้านตกใจ“ดาบเต้” ร่วมแก๊ง“ผู้กำกับโจ้”