เรื่องราวนี้ถูกเปิดเผยโดยลูกสาวของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คน เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า คุณพ่อของเธอ อายุ 81 ปี คุณแม่อายุ 72 ปี ตรวจพบเชื้อ covid-19 เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. จากนั้นจึงเข้าทำการรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ย่านถนนแจ้งวัฒนะ เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 64 ที่ผ่านมา จนกระทั่งวันที่ 6 กรกฎาคม 64 คุณพ่อได้เสียชีวิตลง ทางเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลได้เก็บทรัพย์สินของคุณพ่อ ประกอบไปด้วย สร้อยคอทองคำหนัก 3 บาท พระเลี่ยมทอง 5 องค์ ของหลวงปู่ทิม เงินสด 6,000 บาท บัตร ATM บัตรประชาชน กุญแจบ้าน
โดยเจ้าหน้าที่ได้ถ่ายรูปทรัพย์สินทั้งหมดเป็นหลักฐานส่งให้ดู และเเจ้งว่าจะเก็บเอาไว้ให้ ส่วนทรัพย์สินในกระเป๋าของคุณแม่ซึ่งมีสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท พร้อมพระเลี่ยมทองหลวงปู่ทวดอีก 1 องค์ ทาง เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเก็บรวมกันไว้ทั้งหมด
ต่อมาเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม ทราบจากคุณแม่ว่า ทรัพย์สินทั้งหมดของคุณพ่อและคุณแม่ที่อยู่ในกระเป๋าและวางอยู่ภายในห้องได้หายไป จึงตัดสินใจ เข้าแจ้งความกับ ตำรวจ สภ. ปากเกร็ด และติดต่อสอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลก็ได้รับคำตอบว่าจะตรวจสอบกล้องวงจรปิดย้อนหลังและสืบสวนให้ ผ่านไป 1 อาทิตย์ ทางโรงพยาบาลแจ้งว่าไม่เจอเจ้าหน้าที่ผิดสังเกตในกล้องวงจรปิดเเละไม่สามารถเรียกเจ้าหน้าที่ๆ ทำงานในห้องคนไข้ได้ทุกคนโรงพยาบาล หลังจากที่ คุณแม่ทราบว่าทรัพย์สินหายไปทำให้คุณแม่เสียใจมากจนอาการทรุดหนัก จนกระทั่งเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ที่ผ่านมา คุณแม่ก็เสียชีวิตตามคุณพ่อไปอีกคน
เรื่องที่เกิดขึ้น ครอบครัวรู้สึกเสียใจมาก จึงอยากวิงวอน ขอร้องให้ทางโรงพยาบาลช่วยติดตาม ทรัพย์สินของคุณพ่อคุณแม่ที่ถูกขโมยไปกลับคืนมาให้ด้วย
ด้านนายเกียรติคุณ ต้นยาง ( ทนายโป้ง ) ประธานชมรมทนายจิตอาสา กล่าวว่ากรณีดังกล่าวผู้เสียหายสามารถไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวนในข้อหาลักทรัพย์ ซึ่งพนักงานสอบสวนต้องมีหมายเรียกไปยังผู้เกี่ยวข้องกับทางโรงพยาบาลเพื่อมาให้ปากคำ สิ่งสำคัญคือทางโรงพยาบาลควรให้ความร่วมมือและให้ภาพจากกล้องวงจรปิดกับพนักงานสอบสวนว่ามีผู้ใดที่เกี่ยวข้องเข้าไปในที่เกิดเหตุอย่างไร และสอบปากคำกับผู้ที่เกี่ยวข้องและแจ้งข้อหากับผู้กระทำความผิดต่อไป
ขณะที่ พ.ต.อ.พงศ์จักร ปรีชาการุณพงศ์ ผกก.สภ.ปากเกร็ด เปิดเผยว่าเบื้องต้นจะเรียกเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาสอบปากคำและถ้ามีกล้องวงจรปิดจะนำมาตรวจสอบเพื่อหาตัวคนร้าย ต่อไป
ตร.นายสิบจบใหม่ ติดโควิดเกือบยกค่าย 340 นาย
สิงคโปร์บรรลุเป้า 80% ฉีดวัคซีนโควิดครบโดส