พ.ต.อ.ณรงค์ เทศวิบูลย์ รองผู้บังคับการกองบังคับการปรามปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) ให้ความเห็นว่า แม้นายอาผะ จะ สารภาพว่านำตัวน้องจีน่าไปตามใบสั่ง แต่จะเข้าข่ายการค้ามนุษย์หรือไม่นั้น ต้องดูที่พยานหลักฐานอื่น ๆ ประกอบด้วยว่ามีน้ำหนักเพียงพอหรือไม่
อย่างเช่น เรื่องการกระทำ หากทำเพื่อการค้ามนุษย์จริง จะต้องตามต่อว่า ว่าส่งไปที่ใด ใช้กำลังบังคับข่มขู่หรือไม่ และนำไปแสวงหาประโยชน์ในทางใด
ซึ่งการแสวงหาประโยชน์เพื่อค้ามนุษย์มีด้วยกัน 8 รูปแบบ ได้แก่ นำไปค้าประเวณี การผลิตหรือนำนำไปผลิตสื่อลามก การแสวงหาประโยชน์ทางเพศในรูปแบบอื่น การเอาคนลงไปเป็นทาส การนำไปขอทาน การบังคับใช้แรงงานหรือบริการ ตัดอวัยวะเพื่อการค้า และการกระทำในลักษณะคล้ายการขูดรีด
พ.ต.อ. ณรงค์ ระบุเพิ่มเติมว่า ถึงแม้ผู้ต้องหาจะสารภาพว่าทำเป็นขบวนการ ก็ต้องมีการสืบสวนและขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการคนอื่น ๆ ด้วย หากพบว่ากระทำผิดจริงพนักงานสอบสวนต้องรวบรวมพยานหลักฐานให้เพียงพอต่อการส่งฟ้องศาลถึงจะสามารถเอาผิดและลงโทษได้
แต่หากผู้ต้องหาให้การสารภาพว่าทำจริงแต่พยานหลักฐานไม่เพียงพอ ศาลอาจไม่สั่งฟ้องเพราะพยานหลักฐานไม่เพียงพอต่อการเอาผิดและลงโทษ แต่ถ้าดูจากพฤติการณ์ของนายอาผะ เบื้องต้น เข้าข่ายความผิด 4 ข้อหา ได้แก่ หน่วงเหนี่ยวกักขัง ข้อหาพรากผู้เยาว์ ความผิดเกี่ยวกับเสรีภาพ มาตรา 309 และความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.เด็ก
ญาติเล่านาทีพบตัว "น้องจีน่า" หนูน้อยโผจะกอด แต่ต้องปฏิเสธ ตร.มองปมลักเรียกค่าไถ่