จากกรณีเหตุชุมนุม "ม็อบ6ตุลา" ชุมนุมที่แยกดินแดง ตั้งแต่เย็นจนดึก โดยเวลา 00.45 น.วันที่ 7 ตุลาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รับแจ้งเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน(คฝ.)ถูกคนร้ายซุ่มยิงด้วยอาวุธไม่ทราบชนิดจนได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 นาย ทราบชื่อ ส.ต.ต.เดชวิทย์ เลทเท็สสัน หรือเดวิด ผบ.หมู่ กองกำกับการอารักขา 1บก.อคฝ. กองบัญชาการตำรวจนครบาล ถูกยิงที่ศีรษะ ขณะเข้ากระชับพื้นที่ภายในซอยต้นโพธิ์ แฟลต ดินแดง กทม. เหตุเกิดเวลาประมาณ 22.40 น.วันที่ 6 ตุลาคม 64
พ.ต.อ.หญิง ศิริกุล กฤตพิทยบูรณ์ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ปะทะระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน เมื่อเวลาประมาณ 22.43 น. ของวันที่ 6 ต.ค. 64 บริเวณใต้แฟลตดินแดง จนเป็นเหตุให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนถูกยิงเข้าที่บริเวณ ขมับด้านซ้าย มีเลือดออกในสมองเฉียบพลันและได้ส่งตัวมารับการรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจ อาการล่าสุด ผู้ป่วยได้รับการผ่าตัดนำหัวกระสุนออก ผู้ป่วยยังไม่รู้สึกตัว และยังไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เริ่มมีอาการตอบสนองทางระบบประสาท ยังคงต้องใส่ท่อช่วยหายใจ อีกทั้งต้องได้รับการเฝ้าระวังการหายใจและอาการหลังผ่าตัด รวมถึงการติดเชื้อจากทีมแพทย์อย่างใกล้ชิด ในหอผู้ป่วยวิกฤต
สำหรับในเรื่องของการดูแลด้านสวัสดิการด้านต่างๆ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยว่า ผู้บังคับบัญชาระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีความห่วงใย และได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการดูแลข้าราชการตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บทุกนายอย่างเต็มกำลังความสามารถ
ด้าน พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) นำกำลังเข้าตรวจสอบ อพาร์ทเม้นต์แห่งหนึ่ง ภายในซอยจตุรทิศ 2 แยก 23 เขตดินแดง หลัง ส.ต.ต.เดชวิทย์ เลทเท็สสัน ผบ.หมู่ กก.อารักขา 1 ถูกยิงที่ศีรษะ ได้รับบาดเจ็บสาหัสเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ขณะเข้าควบคุมสถานการณ์ผู้ชุมนุม บริเวณแยกดินแดง
ผ่านมากว่า 10 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงปิดล้อมตรวจค้นอพาร์ทเม้นต์ต้องสงสัย และพื้นที่ใกล้เคียงภายในบริเวณแฟลตดินแดง โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปในพื้นที่ภายใน ซึ่งยังหลงเหลือร่องรอยการปะทะกันตลอดทั้งซอย ทั้งกระสุนยาง และเศษขวดแก้วที่แตก โดยเจ้าหน้าที่ยังคงเร่งหาพยานหลักฐาน และพยานวัตถุ เพื่อใช้ในการติดตามตัวผู้ก่อเหตุตัวจริง หลังมีการควบคุมตัวผู้ชุมนุมได้มากกว่า 40 คน ซึ่งถูกนำตัวส่ง สน.ดินแดง และสน.พหลโยธิน เพื่อนำตัวไปสอบปากคำ
ด้าน พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ระบุว่า เหตุการณ์นี้ ผบ.ตร. ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ซึ่งการตรวจค้นพบอาวุธจำนวนมาก ส่วนตัวคนร้ายเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนกำลังขยายผล แต่ยังไม่แน่ชัดว่าเป็นใคร ส่วนเรื่องการวางกำลังเมื่อวานมีการตรวจสอบพื้นที่ และสำรวจเส้นทางหลบหนี จึงมีการวางกำลังในจุดล่อแหลม ซึ่งไม่ใช่การไล่ล่า แต่เป็นเหตุการณ์ต่อเนื่อง ที่ตำรวจทำตามหลักยุทธวิธี โดยในรายละเอียดชุดสืบสวนสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานทั้งหมด
ด้านชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ที่ผ่านมาในซอยไม่เคยมีเหตุการณ์รุนแรง ซึ่งครั้งนี้ทำให้ตัวเองรู้สึกหวาดกลัว โดยเฉพาะช่วงเกิดเหตุการณ์กลุ่มผู้ก่อเหตุขี่จักรยานยนต์หลบหนีเจ้าหน้าที่เพื่อไปเส้นทางลัดไปซอยหมอเหล็ง แต่เจ้าหน้าที่ติดตามกดดันจนมาถึงที่เกิดเหตุจนทำให้มีเจ้าหน้าที่ถูกยิง ก่อนจะมีการนำส่งโรงพยาบาล และขอฝากถึงกลุ่มผู้ชุมนุมสามารถผ่านเส้นทางนี้ได้ แต่ไม่ควรมาตั้งกลุ่มก๊วนหรือก่อเหตุภายในซอยเพราะจะทำให้ประชาชนเดือดร้อน
ขณะที่ พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผบช.น.ในฐานะ โฆษกบช.น. เปิดเผยว่าติดตามผู้ก่อเหตุยิง "หมู่เดวิด" ว่า มีข้อมูลพอสมควรน่าจะติดตามได้เร็วๆ นี้ ส่วนเป็นผู้ชุมนุมหรือไม่ เชื่อได้ว่าเป็นผู้ชุมนุม ขอเวลาให้ฝ่ายสืบสวนดำเนินการ
ส่วนกระสุนปืนทำจากวัตถุที่เป็นทองแดงอยู่ระหว่างพฐ.ตรวจพิสูจน์เป็นอาวุธปืนชนิดใด ส่วนเป็นกระสุนปืนชนิด rip นั้นยิงจากไหน อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานว่ายิงกี่นัด ขอให้ผู้เชี่ยวชาญทำการตรวจสอบก่อน ถือว่ากระสุนมีอานุภาพรุนแรงทะลุผ่านหมวกกันน็อกได้ ส่วนกระสุนชนิดดังกล่าวมีราคาสูงนั้น ตำรวจทำการตรวจสอบรายละเอียดการสนับสนุนหรือใครเป็นผู้จัดหาได้
ส่วนการยิงครั้งนี้อาจจะมาจากบริเวณนั้นหรือเจ้าหน้าที่ใช้นั้น พล.ต.ต.จิรสันต์ กล่าวว่า การดำเนินการทางกฎหมายต้องดำเนินการให้สิ้นข้อสงสัย แต่ยืนยันว่ามาจากฝั่งตรงข้ามเจ้าหน้าที่ตำรวจคฝ. เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีการใช้อาวุธจริงแต่อย่างใด แต่ผู้ก่อเหตุมีการใช้อาวุธปืนจริง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการปรับยุทธวิธีในการลงพื้นที่ ตำรวจรับฟังทุกความเห็นเพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน ส่วนการตรวจสอบอาวุธที่ใช้นั้น ผบ.ตร. มีความห่วงใย ผบช.น.ลงควบคุมการปฏิบัติ มีอยู่ 2 กรณี กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบใช้กระสุนจริง 1 ใน 2 ยอมรับว่าเห็นมีการใช้อาวุธปืนจริงมาใช้ก่อความไม่สงบ ส่วนอีกกรณีกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบปรับยุทธวิธีถือกระเป๋าพยาบาลซุกซ่อนระเบิดไว้
พล.ต.ต.จิรสันต์ กล่าวต่อว่า ผู้ก่อเหตุดังกล่าวรับสารภาพว่าทำหน้าที่ถือระเบิดแสวงเครื่องในกระเป๋าดังกล่าวและแจกจ่ายให้ไปก่อเหตุ ถือเป็นการชุมนุมถือเป็นผู้ก่ออาชญากรรมประเภทหนึ่ง เนื่องจากการใช้อาวุธจริงและระเบิดทำให้เกิดความรุนแรงกระทบต่อประชาชนและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงมีการติดตามการทำงานเจ้าหน้าที่และดักซุ่มทำร้าย เข้าไปพื้นที่แฟลตดินแดง ทำให้ดูเหมือนว่าชาวแฟลตดินแดงร่วมด้วยทั้งที่ในความเป็นจริงประชาชนส่วนใหญ่ต้องการความสงบพร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ส่วนการเข้าตรวจค้นพื้นที่ได้ตัวผู้ต้องสงสัยก่อเหตุยิงคฝ.นั้น พล.ต.ต.จิรสันต์ กล่าวว่า ผู้ต้องหา 28 คนที่ควบคุมตัวไว้ ยังไม่มีส่วนเชื่อมโยงกรณีดังกล่าว ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อหน้าถูกยิงนั้น มีการเข้าพื้นที่ระงับเหตุการขว้างปาพลุ ระเบิดเพลิง และจุดไฟเผาตามปกติ
ส่วนกรณีที่ครอบครัวคฝ.รู้สึกเสียใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและคฝ.เป็นหัวหน้าครอบครัวด้วยนั้น ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นเอง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.สั่งรพ.ตร.กำชับรักษาอย่างเต็มที่ ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นมีความเป็นห่วง และพร้อมดูแลเต็มที่ ส่วนเปลี่ยนอุปกรณ์ป้องกันให้หนาขึ้นหรือไม่ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องปรับยุทธวิธีและยุทโธปกรณ์ต่างๆ ต่อไป
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่ ส.ต.ต.เดชวิทย์ เลทเท็สสัน ผบ.หมู่ กองร้อยที่ 5 กก.อารักขา 1 บก.อคฝ. ได้รับอันตรายจากกระสุนยิงทะลุหมวกเข้าไปฝังอยู่ในสมอง ว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาทางแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ และทีมแพทย์ได้ทำการผ่าตัด เอากระสุนส่วนหนึ่งออกมาได้ขณะนี้ยังคงพักรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียูของโรงพยาบาลตำรวจ เมื่อช่วงเช้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้มอบตัวแทนนำของเข้าเยี่ยม
"นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระเจ้า ทรงรับ ส.ต.ต.เดชวิทย์ เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ และมอบให้ผู้แทนพระองค์เข้าเยี่ยมผู้ป่วยวันนี้ด้วย"
อย่างไรก็ตามเมื่อช่วงเช้าต่อเนื่องกันถึงช่วงสายทาง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ลงพื้นที่เกิดเหตุสอบถามพูดคุยกับประชาชนในพื้นที่เกิดเหตุ ตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ และวางแนวทางในการดำเนินการต่างๆ เกี่ยวกับการเข้าควบคุมเหตุที่จะเกิดขึ้นต่อไปว่าจะทำอย่างไรให้ควบคุมสถานการณ์ได้อย่างดีที่สุดไม่ให้เกิดการบาดเจ็บเสียหาย ทั้งฝ่ายตำรวจควบคุมฝูงชน ตำรวจที่เข้าระงับเหตุ และประชาชน ทำอย่างไรที่จะควบคุมสถานการณ์ไม่ให้เป็นอันตรายกับทุกฝ่าย
พล.ต.ต.ยิ่งยศ กล่าวอีกว่า ทางผบ.ตร. และผบช.น.ได้พบกับนางมะลิวัลย์ มารดาของ ส.ต.ต.เดชวิทย์ เพื่อพูดคุยอธิบายเหตุการณ์ต่างๆ พร้อมมอบเงินสวัสดิการให้ส่วนหนึ่ง เบื้องต้นรวมจำนวนประมาณกว่า 6 แสนบาท ประกอบด้วย เงินสวัสดิการของทาง ตร. เงินสวัสดิการ บช.น. สมาคมแม่บ้าน เงินส่วนตัวของผบ.ตร.และผบช.น. ทั้งนี้ได้มอบหมายให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล แพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ ดูแลเรื่องการเข้าเยี่ยมอาการของ ส.ต.ต.เดชวิทย์ รวมถึงแนวทางในการรักษา โดยให้ บช.น.ดูแลอย่างใกล้ชิด พร้อมดูแลเรื่องสิทธิประโยชน์และการรักษาให้ดีที่สุด
ด้านนางมะลิวัลย์ เลทเท็สสัน มารดาของ "หมู่เดวิด" เผยว่า รู้สึกเสียใจ และช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาก ที่ลูกชายต้องมาถูกยิงในเหตุการณ์นี้ ซึ่งเป็นลูกชายเพียงคนเดียว โดยลูกชายใฝ่ฝันที่จะรับราชการเป็นตำรวจ เพราะรักในอาชีพ รักชาติ ถึงแม้จะเป็นลูกครึ่ง (เบลเยี่ยม)ก็ตาม และยังชอบช่วยเหลือสังคม ส่วนตัวแล้วภูมิใจในตัวลูก ตลอดการรับราชการตำรวจมาเป็นเวลา เกือบ 2 ปี
เบื้องต้นทางผู้บังคับบัญชาได้มีการมอบเงินเยียวยามาบางส่วนแล้วอย่างไรก็ตามอยากให้ทางตำรวจ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกันติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว