เปิดแผนไล่ตะครุบ สะกดรอยจับ โจรใช้จม.น้อย ชิงเงินธนาคาร

โดย PPTV Online

เผยแพร่

จับชิงทรัพย์ธนาคาร ใช้จม.น้อย - ปืน ขู่พนักงานแบงก์ ตร.ภ.2 แกะรอยประสานตำรวจทางหลวง ร่วมสกัดจับคารถทัวร์

จากกรณีชายคนร้าย สวมหมวกแก๊ปสีดำ สวมแมส ทำทีเข้าไปใช้บริการที่ธนาคารกรุงเทพ สาขาบ้านเก่า  อ.พานทอง จ.ชลบุรี กดบัตรคิวและเข้ารับบริการตามปกติ ถึงเคาน์เตอร์คนร้ายยื่นสมุดบัญชี แนบจดหมายมีข้อความข่มขู่ พนักงานธนาคารเกิดความกลัวจึงได้นำเงินในลิ้นชักให้กับคนร้ายไป จำนวน 600,000 บาท คนร้ายได้นำเงินใส่กระเป๋าสะพายเดินออกจากธนาคาร ขึ้นรถจักรยานยนต์แบบผู้หญิงหลบหนีไป   

หลังเกิดเหตุ พล.ต.อ.สุวัฒน์  แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. สั่งการให้ พล.ต.ท.ธิติ  แสงสว่าง ผบช.ภ.2  พล.ต.ต.อิทธิพร โพธิ์ทอง รอง ผบช.ภ.2  พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์  กิจจาหาญ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.ภ.2  นำกำลัง สืบสวนหาตัวคนร้ายที่ก่อเหตุโดยเร็ว  เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์ และสะเทือนขวัญของประชาชน  

ต่อมาเมื่อวันที่ 12 พ.ย.2564 เวลาประมาณ 22.00 น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.ภ.2  พ.ต.อ.มาโนต  หวังสู้ศึก ผกก.สส.บก.สส.ภ.2  และ พ.ต.อ.ศตวรรษ บุญมี  ผกก.1 บก.ทล. นำกำลังจับกุมนายสุริยา หรือยา ตะโกนา อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 299/2 ม.2 ต.บ้านเก่า อ.พานทอง จ.ชลบุรีได้ขณะอยู่บนรถยนต์โดยสารประจำทางสายกรุงเทพฯ - เชียงใหม่ บริเวณหน้าปั้ม ปตท. ถ.สายเอเชีย ต.ท่าโฉนด อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท

ตำรวจร่วมกันจับกุมนายสุริยา พร้อมด้วยของกลาง 1.เงินสดที่ได้มาจากการชิงทรัพย์ จำนวน  595,000 บาท   2.อาวุธปืน(ปลอม) สีดำ จำนวน  1 กระบอก 

โดยกล่าวหาว่า ชิงทรัพย์โดยมีอาวุธและโดยใช้ยานพาหนะเพื่อความสะดวกแก่การกระทำความผิดและพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม

จากสืบสวนทราบว่านายสุริยา ตะโกนา ทำงานอยู่ที่โรงงานแห่งหนึ่งในนิคมอุตสาหกรรม ต.ดอนหัวฬ่อ อ.เมือง จ.ชลบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามไปที่โรงงานและบ้านพักแต่ไม่พบตัว ตรวจสอบจนทราบว่า นายสุริยา  ได้นำเงินสดที่ได้จากการชิงทรัพย์หลบหนี ไปพร้อมอาวุธปืน และจากการไล่กล้องวงจรปิด  จนพบว่าผู้ต้องหาขึ้นรถตู้โดยสารไปที่กรุงเทพฯ  แล้วต่อขึ้นรถยนต์โดยสารจากขนส่งหมอชิต กรุงเทพฯ มุ่งหน้าไปจังหวัดเชียงใหม่

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ติดตามผู้ต้องหาไปอย่างกระชั้นชิด และเกรงว่าผู้ต้องหาอาจเป็นอันตรายแก่ประชาชน และผู้คนสัญจรรถโดยสารประจำทางทั่วไปเนื่องจากเชื่อว่าคนร้ายมีอาวุธปืนติดตัว และเพิ่งก่อเหตุชิงทรัพย์ธนาคารหลบหนี จึงได้ร่วมกับตำรวจทางหลวง กก.1 บก.ทล.ในเส้นทางที่ผู้ต้องหามุ่งหน้าหลบหนีให้ช่วยกันสกัดจับ จนสามารถติดตามไปพบตัว นายสุริยา  ขณะอยู่บนรถยนต์โดยสารประจำทางสายกรุงเทพ - เชียงใหม่ บริเวณหน้าปั้ม ปตท. ถ.สายเอเชีย ต.ท่าโฉนด อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท

นายสุริยา ยอมรับว่าเป็นคนร้ายที่ก่อเหตุชิงทรัพย์ธนาคารกรุงเทพ สาขาบ้านเก่าจริง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้จับกุมตัวดำเนินคดีในข้อหาชิงทรัพย์ฯ และขยายผลจนนำไปตรวจยึดอาวุธปืน(ปลอม) สีดำ จำนวน  1 กระบอกทิ้งไว้ในถังขยะ ภายในสถานีขนส่งหมอชิต  จตุจักร  กรุงเทพฯ

นายสุริยา อ้างว่าก่อเหตุเพราะติดหนี้บัตรเครดิต บ้าน รถ จำนองที่นา มีหนี้สินจำนวนกว่า 3 ล้านบาท  วางแผนก่อเหตุมาตั้งแต่วันที่ 10 พ.ย.64 โดยผู้ต้องหาไปดูลาดราวธนาคารมาก่อนหน้าแล้ว  4 แห่งก่อนลงมือกระทำความผิด   พร้อมนายสุริยาฯรับว่าเขียนจดหมายน้อยเพราะไม่อยากให้คนมาใช้บริการธนาคารแตกตื่น 

พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.ภ.2  กล่าวว่า คดีนี้เป็นคดีอุกอาจ คนร้ายก่อเหตุชิงทรัพย์ธนาคารโดยมีอาวุธปืนซึ่งภายในมีประชาชนหลายคนกำลังใช้บริการ   โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถสืบสวนหาตัวคนร้ายได้รวดเร็ว จากกล้องวงจรปิดตามโครงการ สมารท์ เซฟตี้โซน 4.0  ( smart safety zone 4.0 ) เป็นนโยบายของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.และพล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.ภ.2  จึงจัดกำลังตำรวจ บก.สส.ภ.2 จำนวนหลายชุดออกติดตามคนร้าย พร้อมบูรณาการตำรวจทางหลวงเนื่องจากคนร้ายมีพฤติกรรมเป็นอันตรายแก่ประชาชน และผู้คนสัญจรรถโดยสารประจำทางทั่วไปเพราะคนร้ายมีอาวุธปืนติดตัว และเพิ่งก่อเหตุชิงทรัพย์ธนาคารหลบหนี

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เปิดโต๊ะข่าว

เปิดโต๊ะข่าว

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ