ความคืบหน้าคดีของอดีตผู้กำกับโจ้ หรือ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล อดีตผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครสวรรค์ และตำรวจสภ.เมืองนครสวรรค์อีก 6 นาย ร่วมกันใช้ถุงคุลมศีรษะ ทรมาน นายจิระพงศ์ ธนะพัฒน์ หรือ มาวิน ผู้ต้องหาในคดียาเสพติดจนเสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อ 5 สิงหาคม 2564
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 15 พฤศจิกายน 64 สำนักงานอัยการสูงสุด แถลงข่าวกรณีนี้หลังจากพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม ส่งสำนวนฟ้องให้อัยการสูงสุดพิจารณา ตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา
นายอิทธิพร แก้วทิพย์ อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญา ในฐานะโฆษกสำนักงานอัยการนายประยุทธ เพชรคุณ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ ในฐานะรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด นายวรินทร สาสนัส รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต ร่วมแถลงข่าวกรณีอัยการสูงสุดมีคำสั่งคดีของอดีตผกก.โจ้
นายอิทธิพร เปิดเผยว่า ทางอัยการได้นำสำนวนยื่นฟ้องคดีของ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือ ผู้กำกับโจ้ กับพวกรวม 7 คน ในความผิดฐาน
(1) เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต
(2) เป็นเจ้าพนักงานของรัฐร่วมกันปฏิบัติ
หรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต
(3) ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย
และ(4) ร่วมกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไปข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใดโดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเอง หรือของผู้อื่น หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้นหรือจำยอมต่อสิ่งนั้น
อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,157,288,289(5),
309 วรรค 2 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 4,172 โดย
ดังกล่าวอัยการสูงสุดเป็นผู้มีอำนาจพิจารณาและมีคำสั่งตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา 143 วรรคท้าย สืบเนื่องจากนายจิระพงษ์หรือมาวิน ธนะพัฒน์ ผู้เสียชีวิต ซึ่งถูกจับและควบคุมไว้ในคดียาเสพติดและถูกฆ่าถึงแก่ความตายขณะอยู่ในความความควบคุมของเจ้าพนักงาน
(เหตุเกิดช่วงระหว่างวันที่ 4 – 6 สิงหาคม พ.ศ. 2564 ที่ สภ.เมืองนครสวรรค์)
นายวรินทร รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต เผยว่า จากที่ตรวจรายละเอียดพยานหลักฐานในสำนวนแล้ว ทางพนักงานสอบสวนกองปราบปรามได้รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆไว้ในสำนวนค่อนข้างละเอียดครบถ้วน ตนมั่นใจในพยานหลักฐานทั้งหมด ที่จะนำสืบต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯจะพิจารณาพิพากษาลงโทษพวกจำเลยได้
นายวรินทร กล่าวว่าในส่วนของ อดีตผู้กำกับโจ้กับพวกนั้นไม่ได้ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมเข้ามาให้อัยการพิจารณา โดยวันนี้อัยการฝ่ายคดีอาญาทุจริต 3 ได้นำสำนวนพร้อมพยานหลักฐานต่างๆที่พนักงานสอบสวนส่งให้อัยการพิจารณาได้เสนอต่อศาล โดยศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางได้ประทับฟ้องไว้ เป็นคดีหมายเลขดำที่ อท.180/2564 ไว้พิจารณา
รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตฯ กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตามในท้ายคำฟ้องอัยการได้ยื่นคัดค้านการปล่อยชั่วคราวจำเลยทั้งหมดเนื่องจากเป็นคดีร้ายแรง โทษสูงสุดคือประหารชีวิต หากปล่อยชั่วคราวเกรงว่าพวกจำเลยจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานในคดี
ขณะที่ นายประยุทธ กล่าวว่า คดีนี้อัยการสูงสุดเป็นผู้มีอำนาจสั่งคดีตามที่กฎหมายระบุไว้ว่าคดีวิสามัญฆาตกรรมหรือการตายระหว่างควบคุมของเจ้าหน้าที่ให้เป็นอำนาจของอัยการสูงสุด ซึ่งท่านได้พิจารณาสำนวนคดีอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้ว จึงมีคำสั่งฟ้องครบทุกข้อหา โดยเฉพาะข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยทรมาน ทารุณโหดร้าย ตามประมวลกฎหมาย.อาญามาตรา 289 โทษประหารชีวิตสถานเดียว
ทั้งนี้เมื่ออัยการสูงสุดสั่งฟ้องแล้ว คณะพนักงานอัยการที่ได้รับมอบหมายก็ได้ดำเนินการยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯเรียบร้อยแล้ว จากนั้นกระบวนการก็จะเข้าสู่การพิจารณาของศาลอาญาคดีทุจริตฯ
เมื่อถามว่า การสั่งฟ้องข้อหาตามกฎหมาย ป.อาญา มาตรา 289(5) เจตนาฆ่าผู้อื่นโดยทารุณโหดร้าย นั้นได้ยื่นฟ้องต่อ ผกก.โจ้ กับพวกเป็นคดีแรกหรือไม่ นายอิทธิพร โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เผยว่า คดีนี้ไม่ใช่คดีแรกที่อัยการได้สั่งฟ้องข้อหาดังกล่าว ที่ผ่านมาอัยการได้ยื่นฟ้องจำเลยอื่นๆในความผิดฐานนี้ อาทิ ไอซ์หีบเหล็ก คดีฆ่ายกครัวที่ภาคใต้ คดีตั้งใจที่จะฆ่าและจุดไฟเผาทั้งเป็น
รวบอดีตยากูซ่า ตั้งบริษัทขายถุงมือยางไร้คุณภาพ
อย่าหลงเชื่อ กลุ่มแอนตี้วัคซีนในสหรัฐฯ แชร์วิธี “ล้างพิษ” วัคซีนโควิด
เมื่อถามว่า ที่ผู้ต้องหาอ้างว่าเป็นการปฎิบัติหน้าที่ ไม่ได้เจตนาฆ่าผู้ตายนั้น ทางอัยการมีความเห็นอย่างไร โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า ก็เป็นข้ออ้างการต่อสู้คดีของผู้ต้องหาทั่วไป ขึ้นอยู่กับพิจารณาของศาล อัยการไม่สามารถให้ความเห็นได้