ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาพหลักฐานจากกล้องวงจรปิด ได้มีคนร้ายบุกเดี่ยวเข้าไปชิงทรัพย์ภายในร้านทองกีรติ (แม่ทองพูล) ภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า จ.ขอนแก่น ซึ่งคนร้ายเป็นชาย สวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงขายาว มีผ้าสีดำปิดบังใบหน้า ถือถุงสีขาวเดินตรงเข้ามาภายในร้านทอง ขณะที่มีประชาชนเลือกซื้อทองกันอยู่ จังหวะนั้นคนร้ายได้ยกปืนยิงขึ้นฟ้า 1 นัดแต่ไม่มีเสียง ก่อนจะตรงมายังพนักงานแล้วใช้ปืนขู่ทำให้พนักงานและลูกค้าภายในร้านตื่นตกใจ วิ่งพากันหลบหนีเอาตัวรอด
จากนั้นคนร้ายจึงกระโดดเข้าไปกวาดเอาทองคำที่อยู่ภายในตู้ ก่อนจะวิ่งหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. วันที่ 20 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุพบว่า คนร้ายได้ชิงสร้องคอทองคำไป น้ำหนักเส้นละ 3 บาท จำนวน 11 เส้น รวมมูลค่ากว่า 950,000 บาท ซึ่งชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น ได้ลงพื้นที่เร่งติดตามตัวคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุ เบื้องต้นได้กระจายกำลังไปตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะใช้หลบหนี และไล่ภาพจากกล้องวงจรปิด ทั้งในห้างและพื้นที่โดยรอบ เพื่อติดตามตำหนิรูปพรรณคนร้าย
ด้าน พันตำรวจเอก ปรีชา เก่งสาริกิจ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น กล่าวว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่พบผู้ต้องสงสัยรายหนึ่งที่ตลาดโต้รุ่งร่วมจิตร จึงได้มีการควบคุมมาสอบปากคำที่ สถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น จากนั้นตำรวจพิสูจน์หลักฐานได้เข้ามาเก็บดีเอ็นเอชายผู้ต้องสงสัยแล้ว พร้อมกับคุมตัวสอบปากคำต่อเนื่อง แต่ยังไม่สามารถยืนยันว่าเป็นคนร้ายที่ก่อเหตุจริงหรือไม่ ส่วนอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุตรวจสอบเบื้องต้นเป็น “แบลงค์กัน” หรือปืนที่ใช้ยิงแล้วทำให้เกิดเสียงดังเท่านั้น แต่ไม่มีหัวกระสุน และจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดเส้นทางของคนร้ายหลบหนีคือบริเวณตลาดลานเบียร์เก่า เบื้องต้นมีกลุ่มที่ต้องสงสัยมีอยู่ 2-3 กลุ่ม โดยขอเวลาในการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง
ล่าสุดทาง พลตำรวจตรี นพเก้า โสมนัส ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วยตำรวจสืบสวนภาค 4 ได้ร่วมประชุมเพื่อติดตามตัวคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทอง พร้อมเปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ตั้งรางวัลนำจับเป็นเงินจำนวน 50,000 บาท ให้กับชุดตำรวจที่สามารถติดตามจับกุมตัวคนร้ายได้ ส่วนผู้ต้องสงสัยที่ได้มีการควบคุมตัวมาเมื่อคืนนี้ จากการที่สอบปากคำนานกว่า 8 ชั่วโมง ขณะนี้ได้ให้ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน เก็บตัวอย่างดีเอ็นเอไว้แล้ว จากนั้นได้ปล่อยตัวชายคนดังกล่าวไป แต่อย่างไรก็ตามขณะนี้ตำรวจพบชายต้องสงสัยเพิ่มอีกราย กำลังส่งชุดสืบสวนไปติดตามอย่างใกล้ชิดแล้ว
นอกจากนี้ทางพนักงานสอบสวน ยังได้มีการสอบปากคำพยานแวดล้อมไปแล้วหลายปาก เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบสำนวนคดี แต่ขอเวลาตำรวจได้ทำงานก่อน เชื่อว่าจะสามารถติดตามจับกุมคนร้ายได้แน่นอน เพราะตอนนี้เริ่มมีความชัดเจนแล้วว่าผู้ก่อเหตุคือใคร ขณะที่ตำรวจสืบสวนภาค 4 ได้กระชับวงล้อมผู้ต้องสงสัยเอาไว้หมดแล้ว หากพบหลักฐานที่ชัดเจนก็จะคุมตัวมาสอบปากคำต่อไป