จากกรณีที่ช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีการยกพวกตีกันของกลุ่มเยาวชน วัยรุ่น และกลุ่มนักเรียนอาชีวศึกษาในหลายพื้นที่ของกองบัญชาการตำรวจนครบาล อีกทั้งยังมีการเข้าฉายของภาพยนตร์เรื่องหนึ่งซึ่งเกี่ยวข้องกับเนื้อหาของการยกพวกตีกันเกี่ยวกับสถาบันการศึกษาของอาชีวศึกษา และมีการข่าวจากกลุ่มอาจารย์ของสถาบันการศึกษาในสายอาชีวศึกษาว่า จะมีการก่อเหตุความรุนแรงต่างๆเพิ่มมากขึ้นหลังจากเริ่มเปิดภาคเรียน และกระแสจากภาพยนตร์ดังกล่าว
ตรวจสภาพจิตวิศวกรก่อเหตุ "มาตุฆาต"
พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก โฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า ภายหลังจากได้รับข้อมูลการข่าวจากกลุ่มอาจารย์และการเข้าฉายภาพยนตร์ดังกล่าวแล้ว กองบัญชาการตำรวจนครบาลได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 88 สน. สำรวจพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดเหตุยกพวกตีกันตามสถาบันการศึกษาต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ และจัดส่งกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจลงพื้นที่ไปตรวจสอบเพิ่มความถี่มากยิ่งขึ้น โดยจะเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบในแต่ละจุดมากขึ้น เพื่อป้องปรามไม่ให้เกิดการยกพวกตีกันตามพื้นที่จุดเสี่ยงจนเกิดความสูญเสียหรือมีผู้ได้รับบาดเจ็บ รวมทั้งประสานข้อมูลกับอาจารย์ของแต่ละสถาบันกลุ่มผู้ปกครองและศิษย์เก่าเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลความเคลื่อนไหวของนักเรียนแต่ละกลุ่ม ก่อนที่จะเกิดเหตุความรุนแรงขึ้น
นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้แต่ละพื้นที่โรงพักจัดกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจในและนอกเครื่องแบบ ไปช่วยตรวจตราพื้นที่ และป้องปรามการเกิดเหตุยกพวกตีกันที่บริเวณหน้าโรงภาพยนตร์ในแต่ละพื้นที่ด้วย เนื่องจากทราบว่ามีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้ใส่เครื่องแบบหรือเสื้อช็อปของแต่ละสถาบันไปชมภาพยนตร์ซึ่งอาจมีความเสี่ยงที่จะเกิดการปะทะกันในบริเวณโรงภาพยนตร์ได้ และหากเกิดเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นก็จะจัดกำลังเจ้าหน้าที่เข้าไปคุยคลายสถานการณ์ทันที
ทั้งนี้ยอมรับว่าในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีเหตุทะเลาะวิวาทกันระหว่างกลุ่มเยาวชนวัยรุ่นและนักเรียนอาชีวะเพิ่มมากขึ้น โดยปัจจัยส่วนหนึ่งมาจากการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ การเปิดเข้าเรียนแบบ on-site ตามสถาบันการศึกษา และการเข้าฉายของภาพยนตร์เรื่องดังกล่าว
ซึ่งกองบัญชาการตำรวจนครบาลสรุปว่า เป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดความรุนแรงขึ้นเพียงเล็กน้อยแต่ ก็สั่งจับตาแนวโน้มความรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้นจากปัจจัยต่างๆ ไว้แล้ว หากหลังจากนี้มีคดีหรือเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการยกพวกตีกันมากขึ้นก็อาจจำเป็นต้องปรับสถานการณ์การควบคุมดูแลในแต่ละพื้นที่อีกครั้งหนึ่ง
จึงขอฝากเตือนไปยังกลุ่มเยาวชนและนักเรียนของสถาบันต่างๆว่าการยกพวกตีกันจนเกิดความรุนแรงที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินคดีตามข้อหาความผิดต่างๆ ตามกฎหมาย โดยที่ผ่านมาพบว่าผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นเยาวชนและวัยรุ่น และอัตราโทษค่อนข้างสูงทำให้เสียอนาคตทางการศึกษาและการเข้าทำงานในอนาคต จึงขอให้ยับยั้งชั่งใจไม่ให้เกิดความรุนแรงต่างๆเกิดขึ้น